ติดต่อ

บทความ

เช็คเด้ง: ฟ้องแพ่ง ร้องทุกข์คดีอาญา และกำหนดเวลาที่ต้องรู้

เช็คจากลูกค้าไทยที่ธนาคารปฏิเสธการจ่ายเงิน เปิดทางให้เจ้าหนี้สองทาง คือฟ้องเรียกเงิน และผู้สั่งจ่ายอาจมีความผิดตามกฎหมายเช็ค สองทางนี้มีกำหนดเวลาต่างกัน และทางที่สั้นกว่า คือสามเดือนสำหรับการร้องทุกข์ มักหลุดไประหว่างที่ลูกหนี้สัญญาว่าจะออกเช็คใบใหม่ให้

เป็นหนึ่ง ทับทิมทอง ทนายความ Managing Partner, Head of Litigation, สำนักงานกฎหมายวายเอซีที

สองทาง สองกำหนดเวลา

เช็คที่ธนาคารปฏิเสธการจ่ายเงินให้สิทธิผู้ทรงเช็คฟ้องผู้สั่งจ่ายทางแพ่งตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ และถ้าเข้าองค์ประกอบมาตรา 4 แห่งพระราชบัญญัติว่าด้วยความผิดอันเกิดจากการใช้เช็ค พ.ศ. 2534 ก็ร้องทุกข์ดำเนินคดีอาญาได้ด้วย สองทางนี้แยกจากกัน จะเลือกทางใดทางหนึ่งก็ได้ การฟ้องตามเช็คทางแพ่งมีอายุความหนึ่งปี ส่วนสิทธิร้องทุกข์มีกำหนดสามเดือน

ฟ้องแพ่งตามเช็ค

ตามมาตรา 1002 ผู้ทรงเช็คต้องฟ้องผู้สั่งจ่ายภายในหนึ่งปี สำหรับเช็ค ศาลฎีกานับหนึ่งปีนั้นแต่วันที่ลงในเช็ค ไม่ใช่วันที่ส่งมอบเช็คหรือวันที่ธนาคารปฏิเสธการจ่ายเงิน (คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 9539/2544) การยื่นเช็คก็มีกำหนดเวลาของตัวเอง มาตรา 990 กำหนดให้ยื่นภายในหนึ่งเดือนถ้าเป็นเช็คให้ใช้เงินในเมืองเดียวกับที่ออกเช็ค และภายในสามเดือนถ้าให้ใช้เงินที่อื่น ถ้าไม่ยื่นภายในกำหนด ผู้ทรงสิ้นสิทธิไล่เบี้ยผู้สลักหลังทั้งปวง และเสียสิทธิต่อผู้สั่งจ่ายเพียงเท่าที่ผู้สั่งจ่ายเสียหายเพราะการละเลยนั้น

เมื่อฟ้องตามเช็คขาดอายุความแล้ว

การชำระหนี้ด้วยเช็คไม่ทำให้หนี้ระงับในตัวเอง ตามมาตรา 321 หนี้ที่ชำระด้วยการออกตั๋วเงินจะระงับต่อเมื่อตั๋วเงินนั้นได้ใช้เงินแล้ว เจ้าหนี้ที่ฟ้องตามเช็คไม่ทันอายุความแล้ว จึงยังฟ้องตามมูลหนี้เดิมที่เช็คออกมาเพื่อชำระ เช่น ค่าสินค้าหรือเงินกู้ ได้ภายในอายุความของมูลหนี้นั้นเอง ดังคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1275/2504 และในคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2013/2537 ศาลวินิจฉัยว่าการชำระหนี้ด้วยเช็คไม่ใช่การแปลงหนี้ใหม่ เจ้าหนี้ต้องพิสูจน์มูลหนี้เดิม จะอาศัยเช็คอย่างเดียวไม่ได้

ความผิดทางอาญา

มาตรา 4 แห่งพระราชบัญญัตินี้ บัญญัติว่าผู้ใดออกเช็คเพื่อชำระหนี้ที่มีอยู่จริงและบังคับได้ตามกฎหมาย โดยมีเจตนาที่จะไม่ให้มีการใช้เงินตามเช็ค ในขณะออกเช็คไม่มีเงินอยู่ในบัญชีอันจะพึงให้ใช้เงินได้ ให้ใช้เงินมีจำนวนสูงกว่าเงินที่มีอยู่ในบัญชีในขณะออกเช็ค ถอนเงินออกจนเหลือไม่พอจ่าย หรือห้ามธนาคารมิให้ใช้เงินโดยเจตนาทุจริต เมื่อยื่นเช็คโดยชอบแล้วธนาคารปฏิเสธการจ่ายเงิน ผู้ออกเช็คมีความผิด ต้องระวางโทษปรับไม่เกินหกหมื่นบาท หรือจำคุกไม่เกินหนึ่งปี หรือทั้งปรับทั้งจำ

เช็คที่ไม่อยู่ในบังคับของกฎหมายนี้

หนี้ต้องมีอยู่จริงและบังคับได้ในขณะออกเช็ค เช็คจำนวนมากจึงไม่เป็นความผิด ศาลฎีกาวินิจฉัยว่าไม่เป็นความผิดในกรณีที่ออกเช็คก่อนมอบเงินกู้ให้ (คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 7615/2538) ออกเช็คไว้ล่วงหน้าสำหรับงานก่อสร้างอีกช่วงหนึ่งที่ยังไม่เริ่มและต่อมาเลิกสัญญา จึงยังไม่มีหนี้เกิดขึ้น (คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1237/2565) และออกเช็คชำระเงินกู้ที่ไม่มีหลักฐานเป็นหนังสือจึงฟ้องร้องบังคับคดีไม่ได้ (คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1414/2536) คำถามที่ต้องตอบคือ ในวันที่ออกเช็ค เช็คนั้นออกเพื่ออะไร

สามเดือนสำหรับการร้องทุกข์

ความผิดนี้เป็นความผิดอันยอมความได้ (มาตรา 5 แห่งพระราชบัญญัตินี้) ตามมาตรา 96 แห่งประมวลกฎหมายอาญา ผู้เสียหายต้องร้องทุกข์ภายในสามเดือนนับแต่วันที่รู้เรื่องความผิดและรู้ตัวผู้กระทำความผิด มิฉะนั้นคดีขาดอายุความ และความผิดเกิดขึ้นเมื่อธนาคารปฏิเสธการจ่ายเงิน ในคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 588/2546 ซึ่งเป็นคดีระหว่างบริษัทกับบริษัท เจ้าหนี้ฟ้องภายในกำหนดแต่ยื่นต่อศาลที่ไม่มีเขตอำนาจ แล้วนำมาฟ้องใหม่เมื่อพ้นสามเดือน ศาลฎีกาวินิจฉัยว่าประมวลกฎหมายอาญาไม่มีบทบัญญัติให้อายุความสะดุดหยุดลง คดีจึงขาดอายุความ การให้ผู้สั่งจ่ายแก้วันที่ในเช็คแล้วนำไปยื่นใหม่ ก็ไม่ทำให้เกิดความผิดครั้งใหม่หรือเริ่มนับสามเดือนใหม่ (คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 984/2535)

ชำระเงินแล้วคดีอาญาเลิกกัน

ตามมาตรา 7 แห่งพระราชบัญญัตินี้ ถ้าผู้ออกเช็คใช้เงินตามเช็คแก่ผู้ทรงเช็คหรือแก่ธนาคารภายในสามสิบวันนับแต่วันที่ได้รับหนังสือบอกกล่าวจากผู้ทรงเช็คว่าธนาคารไม่ใช้เงินตามเช็ค หรือหนี้ที่ออกเช็คเพื่อใช้เงินนั้นสิ้นผลผูกพันไปก่อนศาลมีคำพิพากษาถึงที่สุด ให้ถือว่าคดีเลิกกัน และเมื่อเป็นความผิดอันยอมความได้ การยอมความหรือถอนคำร้องทุกข์ก็ทำให้สิทธินำคดีอาญามาฟ้องระงับไปตามมาตรา 39 (2) แห่งประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา

เช็คของบริษัท

บริษัทออกเช็คผ่านผู้ลงลายมือชื่อสั่งจ่าย ภายใต้กฎหมายเช็คฉบับเดิม พ.ศ. 2497 ศาลฎีกาวินิจฉัยว่ากรรมการผู้ลงลายมือชื่อเป็นตัวการร่วมกับบริษัท (คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1965/2531) ภายใต้กฎหมายฉบับปัจจุบัน ในคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1730/2565 ศาลวินิจฉัยว่านิติบุคคลกระทำการผ่านผู้แทน เมื่อผู้ลงลายมือชื่อไม่รู้ว่าเงินในบัญชีไม่พอ นิติบุคคลก็ไม่มีเจตนากระทำความผิด การร้องทุกข์เรื่องเช็คของบริษัทจึงขึ้นอยู่กับว่าผู้ลงลายมือชื่อรู้อะไรในขณะลงลายมือชื่อ

เรียกเงินตามเช็คในศาลที่พิจารณาคดีอาญา

มาตรา 8 แห่งพระราชบัญญัตินี้ ให้ฟ้องคดีแพ่งเรียกเงินตามเช็ครวมไปกับศาลที่พิจารณาคดีอาญาได้ ถ้าจำนวนเงินในเช็คแต่ละฉบับหรือหลายฉบับรวมกันไม่เกินจำนวนที่ผู้พิพากษาคนเดียวมีอำนาจพิจารณาพิพากษาคดีแพ่งได้ ซึ่งมาตรา 25 (4) แห่งพระธรรมนูญศาลยุติธรรมกำหนดไว้สามแสนบาท การพิจารณาคดีแพ่งเป็นไปตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง

คำพิพากษาศาลฎีกาที่อ้างถึง

  • คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 9539/2544

    อายุความหนึ่งปีที่ผู้ทรงเช็คฟ้องผู้สั่งจ่าย เริ่มนับแต่วันที่ลงในเช็ค ไม่ใช่วันส่งมอบหรือวันที่ธนาคารปฏิเสธการจ่ายเงิน

  • คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1275/2504

    แม้เช็คขาดอายุความแล้ว แต่หนี้เงินกู้ที่เช็คออกมาชำระยังไม่ระงับ (มาตรา 321) เจ้าหนี้ฟ้องตามหนี้เงินกู้ได้ภายในอายุความของหนี้นั้น

  • คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2013/2537

    การชำระหนี้ด้วยเช็คที่ธนาคารปฏิเสธการจ่ายเงินไม่ใช่การแปลงหนี้ใหม่ เจ้าหนี้ฟ้องตามมูลหนี้เดิมได้ภายในอายุความของมูลหนี้นั้น

  • คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 7615/2538

    ออกเช็คก่อนมอบเงินกู้ ไม่ใช่การออกเช็คเพื่อชำระหนี้ที่มีอยู่จริง ไม่เป็นความผิดตามมาตรา 4

  • คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1237/2565

    เช็คที่ออกไว้ล่วงหน้าสำหรับงานก่อสร้างอีกช่วงหนึ่งที่ยังไม่เริ่ม และต่อมาเลิกสัญญาโดยไม่มีการก่อสร้าง ไม่ใช่เช็คเพื่อชำระหนี้ที่มีอยู่จริงและบังคับได้ ไม่เป็นความผิด

  • คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1414/2536

    ออกเช็คชำระเงินกู้ที่ไม่มีหลักฐานเป็นหนังสือจึงฟ้องร้องบังคับคดีไม่ได้ (มาตรา 653) ไม่เป็นความผิดตามกฎหมายนี้

  • คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 588/2546

    ความผิดเกิดในวันที่ธนาคารปฏิเสธการจ่ายเงิน กำหนดสามเดือนตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 95 และ 96 ไม่สะดุดหยุดลงเพราะไปฟ้องต่อศาลที่ไม่มีเขตอำนาจ

  • คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 984/2535

    การแก้วันที่ในเช็คที่ถูกปฏิเสธการจ่ายเงินแล้วนำไปยื่นใหม่ ไม่เป็นความผิดครั้งใหม่ สามเดือนนับแต่การปฏิเสธครั้งแรก

  • คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1965/2531

    ภายใต้กฎหมายเช็คฉบับ พ.ศ. 2497 กรรมการผู้ลงลายมือชื่อสั่งจ่ายเช็คของบริษัทเป็นตัวการร่วมกับบริษัท

  • คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1730/2565

    นิติบุคคลกระทำการผ่านผู้แทน เมื่อผู้ลงลายมือชื่อไม่รู้ว่าเงินในบัญชีไม่พอ นิติบุคคลก็ไม่มีเจตนา ไม่เป็นความผิดตามมาตรา 4

คำถามที่พบบ่อยในเรื่องนี้

  • เช็คเด้งแล้ว ลูกค้าขอให้นำไปขึ้นเงินใหม่เดือนหน้า รอได้ไหม

    อาจเสียทางอาญา สามเดือนนับแต่ธนาคารปฏิเสธการจ่ายเงินครั้งแรก การแก้วันที่แล้วนำไปยื่นใหม่ไม่ทำให้เกิดความผิดครั้งใหม่ (คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 984/2535) ส่วนอายุความทางแพ่งหนึ่งปีนับแต่วันที่ลงในเช็ค (คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 9539/2544)

  • ฟ้องตามใบแจ้งหนี้แทนฟ้องตามเช็คได้ไหม

    ได้ หนี้ที่ชำระด้วยเช็คจะระงับต่อเมื่อเช็คได้ใช้เงินแล้ว (มาตรา 321) สิทธิเรียกร้องตามมูลหนี้เดิมจึงยังอยู่ภายในอายุความของมูลหนี้นั้น โดยต้องพิสูจน์มูลหนี้ได้ (คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1275/2504 และ 2013/2537)

  • เช็คให้ไว้เป็นประกันก่อนเริ่มงาน เป็นความผิดไหม

    โดยทั่วไปไม่เป็น กฎหมายนี้ใช้กับเช็คที่ออกเพื่อชำระหนี้ที่มีอยู่จริงและบังคับได้ในขณะออกเช็คเท่านั้น ศาลฎีกาวินิจฉัยว่าไม่เป็นความผิดเมื่อหนี้เพิ่งเกิดภายหลัง (คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 7615/2538 และ 1237/2565)

กฎหมายที่เกี่ยวข้อง

  • พระราชบัญญัติว่าด้วยความผิดอันเกิดจากการใช้เช็ค พ.ศ. 2534 มาตรา 4 5 7 และ 8
  • ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 321 990 และ 1002
  • ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 96
  • ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 39
  • พระธรรมนูญศาลยุติธรรม มาตรา 25

ไม่แน่ใจว่าหลักฐานที่มีอยู่เพียงพอหรือไม่

สอบถามได้ก่อน ไม่มีข้อผูกมัด และทุกเรื่องเป็นความลับ

LINE · ไทย / English
WeChat QR code

WeChat · YACT-Phicha

สแกนเพื่อเพิ่มเพื่อน