ฟ้องบริษัทในประเทศไทย: ศาลไหน ค่าใช้จ่ายเท่าไร และมีขั้นตอนอย่างไร
การฟ้องบริษัทไทยต้องฟ้องต่อศาลไทย ดำเนินคดีเป็นภาษาไทย ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง บทความนี้ไล่ตั้งแต่ตัดสินใจฟ้องจนถึงชั้นอุทธรณ์ ว่าคดีอยู่ในอำนาจศาลใด ยื่นฟ้องเสียค่าใช้จ่ายเท่าใด โจทก์ที่อยู่ต่างประเทศต้องเตรียมอะไร และถ้าบริษัทไม่ต่อสู้คดีจะเกิดอะไรขึ้น
เผยแพร่ 10 ตุลาคม 2569
ก่อนยื่นฟ้อง
มีสี่เรื่องที่ควรตรวจให้ชัดก่อน คดียังไม่ขาดอายุความใช่หรือไม่ ซึ่งขึ้นอยู่กับประเภทของหนี้ บริษัทตกเป็นผู้ผิดนัดแล้วหรือยัง ถ้าไม่ได้กำหนดวันชำระไว้แน่นอน ต้องมีหนังสือทวงถามก่อน สัญญากำหนดให้ระงับข้อพิพาทโดยอนุญาโตตุลาการหรือไม่ ถ้าใช่ บริษัทอาจขอให้ศาลจำหน่ายคดีได้ และมีเอกสารอะไรพิสูจน์สิทธิเรียกร้อง
แต่ละเรื่องอธิบายไว้ละเอียดในทวงหนี้บริษัทไทย: คู่มือสำหรับเจ้าหนี้ต่างชาติ
ฟ้องที่ศาลไหน
ตามมาตรา 4 (1) แห่งประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง คำฟ้องให้ยื่นต่อศาลที่จำเลยมีภูมิลำเนาอยู่ในเขตศาล หรือต่อศาลที่มูลคดีเกิดขึ้นในเขตศาล บริษัทมีภูมิลำเนา ณ ถิ่นที่ตั้งสำนักงานใหญ่หรือสำนักงานสาขา หรือถิ่นที่เลือกเอาเป็นภูมิลำเนาตามข้อบังคับ (ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 68) ซึ่งปกติคือที่อยู่ในหนังสือรับรองบริษัท
ข้อพิพาทบางประเภทที่มีลักษณะระหว่างประเทศอยู่ในอำนาจศาลชำนัญพิเศษ ตามมาตรา 7 แห่งพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศและวิธีพิจารณาคดีทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศ พ.ศ. 2539 ศาลทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศกลางมีอำนาจพิจารณาคดีแพ่งเกี่ยวกับ
- การซื้อขาย แลกเปลี่ยนสินค้า หรือตราสารการเงินระหว่างประเทศ
- การให้บริการระหว่างประเทศ การขนส่งระหว่างประเทศ การประกันภัย และนิติกรรมอื่นที่เกี่ยวเนื่อง
- เลตเตอร์ออฟเครดิต การโอนเงินเข้าออกนอกประเทศ และทรัสต์รีซีท
- อนุญาโตตุลาการเกี่ยวกับข้อพิพาทในเรื่องเหล่านี้
ผู้ขายต่างชาติที่ฟ้องผู้ซื้อในไทยเรียกค่าสินค้าที่ส่งออกมา จึงมักต้องฟ้องที่ศาลนี้
ยื่นฟ้องเสียค่าใช้จ่ายเท่าใด
ค่าขึ้นศาลชำระเมื่อยื่นคำฟ้อง อัตรากำหนดไว้ในตาราง 1 ท้ายประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง
| ทุนทรัพย์ที่เรียกร้อง | ค่าขึ้นศาล |
|---|---|
| ไม่เกิน 50 ล้านบาท | ร้อยละ 2 แต่ไม่เกิน 200,000 บาท |
| ส่วนที่เกิน 50 ล้านบาท | ร้อยละ 0.1 |
ฟ้องเรียก 3 ล้านบาท เสียค่าขึ้นศาล 60,000 บาท ฟ้องเรียก 20 ล้านบาท ถึงเพดานแล้ว จึงเสีย 200,000 บาท ฟ้องเรียก 80 ล้านบาท เสีย 200,000 บาท บวก 30,000 บาท สำหรับ 30 ล้านบาทที่เกิน รวม 230,000 บาท
ควรเตรียมค่าใช้จ่ายอีกสองรายการ โจทก์ที่ไม่มีภูมิลำเนาหรือทรัพย์สินในประเทศไทยอาจถูกศาลสั่งให้วางเงินประกันค่าฤชาธรรมเนียมของจำเลย (มาตรา 253) และค่าวิชาชีพทนายความแยกจากค่าขึ้นศาล เราแจ้งราคาล่วงหน้า
โจทก์ที่อยู่ต่างประเทศต้องเตรียมอะไร
การพิจารณาคดีใช้ภาษาไทย เอกสารภาษาอื่นต้องยื่นพร้อมคำแปลภาษาไทย (มาตรา 46)
บริษัทต่างชาติดำเนินคดีผ่านทนายความไทยโดยหนังสือมอบอำนาจ และต้องแสดงต่อศาลว่าบริษัทมีตัวตนจริงและใครมีอำนาจลงนาม ในทางปฏิบัติ เอกสารที่ลงนามในต่างประเทศเพื่อการนี้มักต้องผ่านโนตารีและการรับรองก่อนนำมาใช้ จึงควรเริ่มขั้นตอนนี้แต่เนิ่น ๆ
พยานหลักฐานที่ใช้พิสูจน์สิทธิเรียกร้องก็ต้องรวบรวมให้อยู่ในรูปที่นำเสนอต่อศาลได้ ทั้งสัญญา ใบแจ้งหนี้ หลักฐานการส่งมอบ หนังสือโต้ตอบ และหลักฐานการชำระเงิน
ตั้งแต่ยื่นฟ้องจนศาลพิพากษา
เมื่อศาลรับคำฟ้อง ศาลจะส่งหมายเรียกและสำเนาคำฟ้องให้บริษัท ตามมาตรา 177 บริษัทมีเวลา 15 วันในการยื่นคำให้การเป็นหนังสือ ซึ่งต้องแสดงชัดแจ้งว่ายอมรับหรือปฏิเสธข้อหาใด และเหตุแห่งการนั้น และอาจฟ้องแย้งมาด้วยก็ได้
ถ้าบริษัทไม่ยื่นคำให้การ โจทก์ต้องมีคำขอให้ศาลพิพากษาให้ตนชนะคดีโดยขาดนัดตามมาตรา 198 ถ้าโจทก์ไม่ยื่นคำขอภายในกำหนด ศาลจะจำหน่ายคดีออกจากสารบบความ กำหนดเวลานี้จึงสำคัญต่อโจทก์พอ ๆ กับที่กำหนดยื่นคำให้การสำคัญต่อบริษัท
ถ้าบริษัทต่อสู้คดี ศาลจะกำหนดประเด็นข้อพิพาท สืบพยานบุคคลและพยานเอกสาร แล้วพิพากษา คู่ความยังตกลงประนีประนอมยอมความกันได้ทุกขั้นตอน
การอุทธรณ์
อุทธรณ์คำพิพากษาให้ยื่นต่อศาลที่มีคำพิพากษา ภายในหนึ่งเดือนนับแต่วันอ่านคำพิพากษา (มาตรา 229) และผู้อุทธรณ์ต้องนำเงินค่าฤชาธรรมเนียมที่ต้องใช้แทนอีกฝ่ายตามคำพิพากษามาวางพร้อมอุทธรณ์ด้วย
การฎีกาต่อศาลฎีกาทำได้ต่อเมื่อได้รับอนุญาตจากศาลฎีกา โดยยื่นคำร้องขออนุญาตฎีกาภายในหนึ่งเดือนนับแต่วันอ่านคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ (มาตรา 247)
หลังศาลพิพากษา
คำพิพากษาไม่ได้ทำให้ได้รับเงินโดยอัตโนมัติ การบังคับคดีเป็นอีกขั้นตอนหนึ่ง เจ้าหนี้ตามคำพิพากษามีเวลาสิบปีนับแต่วันมีคำพิพากษาในการบังคับคดี (มาตรา 274) โดยสืบหาทรัพย์ของลูกหนี้ แล้วให้เจ้าพนักงานบังคับคดียึดและขายทอดตลาด หรืออายัดเงินที่บุคคลอื่นต้องชำระให้ลูกหนี้ ดูการบังคับคดีตามคำพิพากษา
ถ้าบริษัทไม่มีความสามารถชำระหนี้ การฟ้องให้ล้มละลายอาจเป็นทางที่ดีกว่าการฟ้องเรียกเงิน ดูฟ้องบริษัทไทยให้ล้มละลาย
คำถามที่พบบ่อยในเรื่องนี้
ดำเนินคดีเป็นภาษาอังกฤษได้หรือไม่
ไม่ได้ การพิจารณาคดีในศาลไทยใช้ภาษาไทย เอกสารภาษาอังกฤษต้องยื่นพร้อมคำแปลภาษาไทย (ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 46)
ฟ้องบริษัทเสียค่าขึ้นศาลเท่าใด
ร้อยละ 2 ของทุนทรัพย์ส่วนที่ไม่เกิน 50 ล้านบาท แต่ไม่เกิน 200,000 บาท ส่วนที่เกิน 50 ล้านบาทคิดเพิ่มร้อยละ 0.1 ค่าวิชาชีพทนายความคิดแยกต่างหาก
ถ้าบริษัทเพิกเฉยต่อคำฟ้องจะเป็นอย่างไร
ถ้าไม่ยื่นคำให้การภายใน 15 วันนับแต่ได้รับหมาย โจทก์มีคำขอให้ศาลพิพากษาโดยขาดนัดได้ตามมาตรา 198 แต่โจทก์ต้องยื่นคำขอภายในกำหนด มิฉะนั้นศาลจะจำหน่ายคดี
อุทธรณ์ได้ภายในเวลาเท่าใด
หนึ่งเดือนนับแต่วันอ่านคำพิพากษา (มาตรา 229) การฎีกาต้องได้รับอนุญาตจากศาลฎีกา โดยยื่นคำร้องภายในหนึ่งเดือนนับแต่วันอ่านคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ (มาตรา 247)
กฎหมายที่เกี่ยวข้อง
- ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 4, 46, 177, 198, 229, 247, 253 และ 274 และตาราง 1 (ค่าขึ้นศาล)
- ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 68
- พระราชบัญญัติจัดตั้งศาลทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศและวิธีพิจารณาคดีทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศ พ.ศ. 2539 มาตรา 7
ไม่แน่ใจว่าหลักฐานที่มีอยู่เพียงพอหรือไม่
สอบถามได้ก่อน ไม่มีข้อผูกมัด และทุกเรื่องเป็นความลับ



