ติดต่อ

บทความ

ฟ้องบริษัทในประเทศไทย: ศาลไหน ค่าใช้จ่ายเท่าไร และมีขั้นตอนอย่างไร

การฟ้องบริษัทไทยต้องฟ้องต่อศาลไทย ดำเนินคดีเป็นภาษาไทย ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง บทความนี้ไล่ตั้งแต่ตัดสินใจฟ้องจนถึงชั้นอุทธรณ์ ว่าคดีอยู่ในอำนาจศาลใด ยื่นฟ้องเสียค่าใช้จ่ายเท่าใด โจทก์ที่อยู่ต่างประเทศต้องเตรียมอะไร และถ้าบริษัทไม่ต่อสู้คดีจะเกิดอะไรขึ้น

เป็นหนึ่ง ทับทิมทอง ทนายความ Managing Partner, Head of Litigation, สำนักงานกฎหมายวายเอซีที

ก่อนยื่นฟ้อง

มีสี่เรื่องที่ควรตรวจให้ชัดก่อน คดียังไม่ขาดอายุความใช่หรือไม่ ซึ่งขึ้นอยู่กับประเภทของหนี้ บริษัทตกเป็นผู้ผิดนัดแล้วหรือยัง ถ้าไม่ได้กำหนดวันชำระไว้แน่นอน ต้องมีหนังสือทวงถามก่อน สัญญากำหนดให้ระงับข้อพิพาทโดยอนุญาโตตุลาการหรือไม่ ถ้าใช่ บริษัทอาจขอให้ศาลจำหน่ายคดีได้ และมีเอกสารอะไรพิสูจน์สิทธิเรียกร้อง

แต่ละเรื่องอธิบายไว้ละเอียดในทวงหนี้บริษัทไทย: คู่มือสำหรับเจ้าหนี้ต่างชาติ

ฟ้องที่ศาลไหน

ตามมาตรา 4 (1) แห่งประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง คำฟ้องให้ยื่นต่อศาลที่จำเลยมีภูมิลำเนาอยู่ในเขตศาล หรือต่อศาลที่มูลคดีเกิดขึ้นในเขตศาล บริษัทมีภูมิลำเนา ณ ถิ่นที่ตั้งสำนักงานใหญ่หรือสำนักงานสาขา หรือถิ่นที่เลือกเอาเป็นภูมิลำเนาตามข้อบังคับ (ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 68) ซึ่งปกติคือที่อยู่ในหนังสือรับรองบริษัท

ข้อพิพาทบางประเภทที่มีลักษณะระหว่างประเทศอยู่ในอำนาจศาลชำนัญพิเศษ ตามมาตรา 7 แห่งพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศและวิธีพิจารณาคดีทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศ พ.ศ. 2539 ศาลทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศกลางมีอำนาจพิจารณาคดีแพ่งเกี่ยวกับ

  • การซื้อขาย แลกเปลี่ยนสินค้า หรือตราสารการเงินระหว่างประเทศ
  • การให้บริการระหว่างประเทศ การขนส่งระหว่างประเทศ การประกันภัย และนิติกรรมอื่นที่เกี่ยวเนื่อง
  • เลตเตอร์ออฟเครดิต การโอนเงินเข้าออกนอกประเทศ และทรัสต์รีซีท
  • อนุญาโตตุลาการเกี่ยวกับข้อพิพาทในเรื่องเหล่านี้

ผู้ขายต่างชาติที่ฟ้องผู้ซื้อในไทยเรียกค่าสินค้าที่ส่งออกมา จึงมักต้องฟ้องที่ศาลนี้

ยื่นฟ้องเสียค่าใช้จ่ายเท่าใด

ค่าขึ้นศาลชำระเมื่อยื่นคำฟ้อง อัตรากำหนดไว้ในตาราง 1 ท้ายประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง

ทุนทรัพย์ที่เรียกร้องค่าขึ้นศาล
ไม่เกิน 50 ล้านบาทร้อยละ 2 แต่ไม่เกิน 200,000 บาท
ส่วนที่เกิน 50 ล้านบาทร้อยละ 0.1

ฟ้องเรียก 3 ล้านบาท เสียค่าขึ้นศาล 60,000 บาท ฟ้องเรียก 20 ล้านบาท ถึงเพดานแล้ว จึงเสีย 200,000 บาท ฟ้องเรียก 80 ล้านบาท เสีย 200,000 บาท บวก 30,000 บาท สำหรับ 30 ล้านบาทที่เกิน รวม 230,000 บาท

ควรเตรียมค่าใช้จ่ายอีกสองรายการ โจทก์ที่ไม่มีภูมิลำเนาหรือทรัพย์สินในประเทศไทยอาจถูกศาลสั่งให้วางเงินประกันค่าฤชาธรรมเนียมของจำเลย (มาตรา 253) และค่าวิชาชีพทนายความแยกจากค่าขึ้นศาล เราแจ้งราคาล่วงหน้า

โจทก์ที่อยู่ต่างประเทศต้องเตรียมอะไร

การพิจารณาคดีใช้ภาษาไทย เอกสารภาษาอื่นต้องยื่นพร้อมคำแปลภาษาไทย (มาตรา 46)

บริษัทต่างชาติดำเนินคดีผ่านทนายความไทยโดยหนังสือมอบอำนาจ และต้องแสดงต่อศาลว่าบริษัทมีตัวตนจริงและใครมีอำนาจลงนาม ในทางปฏิบัติ เอกสารที่ลงนามในต่างประเทศเพื่อการนี้มักต้องผ่านโนตารีและการรับรองก่อนนำมาใช้ จึงควรเริ่มขั้นตอนนี้แต่เนิ่น ๆ

พยานหลักฐานที่ใช้พิสูจน์สิทธิเรียกร้องก็ต้องรวบรวมให้อยู่ในรูปที่นำเสนอต่อศาลได้ ทั้งสัญญา ใบแจ้งหนี้ หลักฐานการส่งมอบ หนังสือโต้ตอบ และหลักฐานการชำระเงิน

ตั้งแต่ยื่นฟ้องจนศาลพิพากษา

เมื่อศาลรับคำฟ้อง ศาลจะส่งหมายเรียกและสำเนาคำฟ้องให้บริษัท ตามมาตรา 177 บริษัทมีเวลา 15 วันในการยื่นคำให้การเป็นหนังสือ ซึ่งต้องแสดงชัดแจ้งว่ายอมรับหรือปฏิเสธข้อหาใด และเหตุแห่งการนั้น และอาจฟ้องแย้งมาด้วยก็ได้

ถ้าบริษัทไม่ยื่นคำให้การ โจทก์ต้องมีคำขอให้ศาลพิพากษาให้ตนชนะคดีโดยขาดนัดตามมาตรา 198 ถ้าโจทก์ไม่ยื่นคำขอภายในกำหนด ศาลจะจำหน่ายคดีออกจากสารบบความ กำหนดเวลานี้จึงสำคัญต่อโจทก์พอ ๆ กับที่กำหนดยื่นคำให้การสำคัญต่อบริษัท

ถ้าบริษัทต่อสู้คดี ศาลจะกำหนดประเด็นข้อพิพาท สืบพยานบุคคลและพยานเอกสาร แล้วพิพากษา คู่ความยังตกลงประนีประนอมยอมความกันได้ทุกขั้นตอน

การอุทธรณ์

อุทธรณ์คำพิพากษาให้ยื่นต่อศาลที่มีคำพิพากษา ภายในหนึ่งเดือนนับแต่วันอ่านคำพิพากษา (มาตรา 229) และผู้อุทธรณ์ต้องนำเงินค่าฤชาธรรมเนียมที่ต้องใช้แทนอีกฝ่ายตามคำพิพากษามาวางพร้อมอุทธรณ์ด้วย

การฎีกาต่อศาลฎีกาทำได้ต่อเมื่อได้รับอนุญาตจากศาลฎีกา โดยยื่นคำร้องขออนุญาตฎีกาภายในหนึ่งเดือนนับแต่วันอ่านคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ (มาตรา 247)

หลังศาลพิพากษา

คำพิพากษาไม่ได้ทำให้ได้รับเงินโดยอัตโนมัติ การบังคับคดีเป็นอีกขั้นตอนหนึ่ง เจ้าหนี้ตามคำพิพากษามีเวลาสิบปีนับแต่วันมีคำพิพากษาในการบังคับคดี (มาตรา 274) โดยสืบหาทรัพย์ของลูกหนี้ แล้วให้เจ้าพนักงานบังคับคดียึดและขายทอดตลาด หรืออายัดเงินที่บุคคลอื่นต้องชำระให้ลูกหนี้ ดูการบังคับคดีตามคำพิพากษา

ถ้าบริษัทไม่มีความสามารถชำระหนี้ การฟ้องให้ล้มละลายอาจเป็นทางที่ดีกว่าการฟ้องเรียกเงิน ดูฟ้องบริษัทไทยให้ล้มละลาย

คำถามที่พบบ่อยในเรื่องนี้

  • ดำเนินคดีเป็นภาษาอังกฤษได้หรือไม่

    ไม่ได้ การพิจารณาคดีในศาลไทยใช้ภาษาไทย เอกสารภาษาอังกฤษต้องยื่นพร้อมคำแปลภาษาไทย (ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 46)

  • ฟ้องบริษัทเสียค่าขึ้นศาลเท่าใด

    ร้อยละ 2 ของทุนทรัพย์ส่วนที่ไม่เกิน 50 ล้านบาท แต่ไม่เกิน 200,000 บาท ส่วนที่เกิน 50 ล้านบาทคิดเพิ่มร้อยละ 0.1 ค่าวิชาชีพทนายความคิดแยกต่างหาก

  • ถ้าบริษัทเพิกเฉยต่อคำฟ้องจะเป็นอย่างไร

    ถ้าไม่ยื่นคำให้การภายใน 15 วันนับแต่ได้รับหมาย โจทก์มีคำขอให้ศาลพิพากษาโดยขาดนัดได้ตามมาตรา 198 แต่โจทก์ต้องยื่นคำขอภายในกำหนด มิฉะนั้นศาลจะจำหน่ายคดี

  • อุทธรณ์ได้ภายในเวลาเท่าใด

    หนึ่งเดือนนับแต่วันอ่านคำพิพากษา (มาตรา 229) การฎีกาต้องได้รับอนุญาตจากศาลฎีกา โดยยื่นคำร้องภายในหนึ่งเดือนนับแต่วันอ่านคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ (มาตรา 247)

กฎหมายที่เกี่ยวข้อง

  • ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 4, 46, 177, 198, 229, 247, 253 และ 274 และตาราง 1 (ค่าขึ้นศาล)
  • ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 68
  • พระราชบัญญัติจัดตั้งศาลทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศและวิธีพิจารณาคดีทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศ พ.ศ. 2539 มาตรา 7

ไม่แน่ใจว่าหลักฐานที่มีอยู่เพียงพอหรือไม่

สอบถามได้ก่อน ไม่มีข้อผูกมัด และทุกเรื่องเป็นความลับ

LINE · ไทย / English
WeChat QR code

WeChat · YACT-Phicha

สแกนเพื่อเพิ่มเพื่อน