ติดต่อ

คำถามที่พบบ่อย

คำตอบด้านล่างเป็นหลักทั่วไป กรณีของท่านอาจต่างออกไปตามข้อเท็จจริงและตามระเบียบที่ใช้อยู่ในขณะนั้น

คดีความและการบังคับคดี

คำถามจากบทความของสำนักงาน แต่ละข้อมีบทความฉบับเต็มพร้อมคำพิพากษาศาลฎีกาที่อ้างอิง

  • รับค่าชดเชยไปแล้ว ยังฟ้องเลิกจ้างไม่เป็นธรรมได้
  • เซ็นรับเงินและเซ็นหนังสือว่าไม่ติดใจแล้ว

    การรับเงินกับการสละสิทธิเป็นคนละเรื่อง และคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1392/2544 ชี้ว่าเงินตามกฎหมายคุ้มครองแรงงานเป็นเงินที่ต้องจ่ายในการเลิกจ้างกรณีปกติอยู่แล้ว สิ่งที่ต้องดูคือถ้อยคำในเอกสารที่เซ็นไปว่าครอบคลุมสิทธิใดบ้าง และเซ็นในสถานการณ์อย่างไร ซึ่งเป็นข้อเท็จจริงที่ต้องดูเป็นรายกรณี

  • บริษัทขาดทุนจริง ยังฟ้องได้ไหม

    คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1392/2544 แยกไว้ว่ากรณีที่นายจ้างประสบภาวะขาดทุนจนไม่สามารถดำเนินกิจการต่อไปได้อย่างปกติ ต่างจากกรณีที่ปรับปรุงระบบงานเพื่อให้แข่งขันได้ดีขึ้น สิ่งที่ต้องพิสูจน์จึงเป็นสภาพของกิจการในขณะเลิกจ้าง ไม่ใช่คำอธิบายที่ปรากฏในหนังสือเลิกจ้าง

  • แชทเดียวกัน โอนสองครั้ง ได้คืนครั้งเดียว
  • โอนเงินไปแล้วเพิ่งนึกได้ว่าไม่ได้พิมพ์อะไรไว้

    คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3622/2568 ชี้ว่าข้อความต้องมีความหมายว่ากู้ยืมเงิน และปฏิเสธข้ออ้างที่ให้ถือโดยปริยายจากการกู้ยืมครั้งก่อนในแชทเดียวกัน สิ่งที่ยังทำได้จึงเป็นการสื่อสารกันใหม่ให้ปรากฏข้อความที่มีความหมายเช่นนั้น เช่นการทวงถามที่อีกฝ่ายตอบรับ ส่วนสลิปโอนเงินเพียงอย่างเดียวเป็นหลักฐานว่าเงินออกจากบัญชี ไม่ใช่หลักฐานว่าเป็นการกู้ยืม

  • เก็บแชทไว้ครบแล้ว ต้องทำอะไรอีก

    ในคดีเดียวกัน ผู้ให้กู้มีภาพหน้าจอส่วนที่ต่อเนื่องอยู่ในมือ แต่ขออ้างส่งในชั้นอุทธรณ์ ศาลฎีกาไม่รับเพราะควรยื่นก่อนศาลชั้นต้นพิพากษา ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 88 วรรคท้าย การเก็บไว้จึงยังไม่พอ ต้องยื่นให้ครบตั้งแต่ต้น และควรเก็บทั้งช่วงสนทนา ไม่ใช่เฉพาะข้อความที่คิดว่าสำคัญ

  • พ้น 60 วัน ผู้ค้ำประกันไม่ได้หลุดทั้งหมด
  • เจ้าหนี้บอกกล่าวช้า ผู้ค้ำประกันควรตั้งรับอย่างไร

    ประเด็นที่ใช้ได้จริงคือขอบเขตความรับผิด ไม่ใช่อำนาจฟ้อง เพราะคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5788/2562 ยืนยันว่าเจ้าหนี้ยังฟ้องได้ สิ่งที่ควรทำคือแยกรายการหนี้ออกเป็นหนี้ประธานกับอุปกรณ์แห่งหนี้ แล้วระบุวันที่ของแต่ละรายการ เพราะมาตรา 686 วรรคสองปลดเฉพาะอุปกรณ์ที่เกิดขึ้นภายหลังพ้นกำหนดหกสิบวันเท่านั้น

  • ส่งหนังสือไปแล้วแต่ผู้ค้ำประกันไม่มารับ

    คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 220/2562 พิจารณาข้อสัญญาที่ผู้ค้ำประกันยอมผูกพันให้ถือว่าหนังสือที่ส่งไปยังที่อยู่ตามสัญญาเป็นการส่งโดยชอบ ไม่ว่าจะถึงตัวหรือไม่ และวินิจฉัยว่าแม้ไปรษณีย์คืนหนังสือเพราะไม่มารับภายในกำหนด ก็ต้องถือว่าได้รับโดยชอบแล้ว ถ้อยคำของข้อสัญญาเรื่องการส่งหนังสือจึงเป็นสิ่งที่ทั้งสองฝ่ายควรอ่านตั้งแต่ก่อนลงนาม

  • อายัด 30% เป็นตัวเลขที่ไม่มีในกฎหมาย
  • ทำไมฎีกาเก่าจึงอ้างมาตรา 286 ไม่ใช่ 302

    บทว่าด้วยเงินที่ไม่อยู่ในความรับผิดแห่งการบังคับคดีเคยอยู่ที่มาตรา 286 และย้ายมาอยู่ที่มาตรา 302 ในการปรับปรุงภาคบังคับคดี คำพิพากษาที่วางหลักไว้ก่อนหน้านั้นจึงอ้างเลขเดิม เอกสารและบทสรุปจำนวนมากก็ยังใช้เลขเดิมอยู่เช่นกัน การตรวจจึงควรเทียบถ้อยคำของบทที่ใช้อยู่ ไม่ใช่เชื่อเลขมาตราที่พบในบทสรุป

  • เงินเดือนเกินสองหมื่น ส่วนที่เกินถูกอายัดทั้งหมดหรือไม่

    มาตรา 302 (3) เขียนว่าคุ้มครองไม่เกินเดือนละสองหมื่นบาท หรือตามจำนวนที่เจ้าพนักงานบังคับคดีเห็นสมควร ซึ่งเปิดให้กำหนดสูงกว่านั้นได้ และวรรคสองสั่งให้คำนึงถึงฐานะทางครอบครัวและผู้ที่อยู่ในความอุปการะ พร้อมวางกรอบไว้ระหว่างอัตราเงินเดือนขั้นต่ำสุดกับขั้นสูงสุดของข้าราชการพลเรือน จำนวนที่ถูกอายัดจริงจึงเป็นเรื่องที่โต้แย้งได้ด้วยข้อเท็จจริงของแต่ละครอบครัว

  • ที่ดินไม่มีโฉนด ครอบครองปรปักษ์ไม่ได้
  • อยู่มาสามสิบปี แต่เพิ่งออกโฉนดปีที่แล้ว

    ตามคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 8393/2540 ระยะเวลาเริ่มนับแต่วันที่ที่ดินมีโฉนด ปีที่อยู่มาก่อนหน้านั้นจึงไม่นับเข้าสิบปีตามมาตรา 1382 สิ่งที่มีอยู่ในช่วงนั้นเป็นสิทธิครอบครอง ซึ่งเป็นคนละเรื่องกับกรรมสิทธิ์และมีวิธีคุ้มครองของตัวเอง การตรวจวันที่ออกโฉนดจึงควรทำก่อนตัดสินใจว่าจะยื่นคำร้องหรือไม่

  • เข้าไปอยู่โดยเจ้าของเดิมอนุญาต

    มาตรา 1382 ต้องการการครอบครองด้วยเจตนาเป็นเจ้าของ และคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2397/2563 ย้ำว่าต้องเป็นการครอบครองในลักษณะที่เป็นปรปักษ์ต่อสิทธิของผู้อื่น การอยู่โดยอาศัยสิทธิของผู้อื่นจึงเป็นข้อเท็จจริงที่ต้องพิจารณาว่าเปลี่ยนไปเมื่อใดและด้วยพฤติการณ์ใด ไม่ใช่เรื่องที่นับต่อเนื่องไปได้เองจากวันแรกที่เข้าอยู่

  • รับสภาพหนี้หลังขาดอายุความ เหลือเวลาสองปี
  • เจ้าหนี้เอากระดาษมาให้ลงชื่อ บอกว่าแค่ยืนยันยอด

    ชื่อที่เรียกเอกสารไม่ได้เป็นตัวกำหนดผล สิ่งที่กำหนดคือวันที่ลงชื่อเทียบกับวันที่หนี้ขาดอายุความ ถ้าลงชื่อขณะหนี้ยังไม่ขาดอายุความ คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4507/2547 ให้เริ่มนับกำหนดเวลาเดิมใหม่ทั้งจำนวน ถ้าลงชื่อหลังจากนั้น คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 12264/2555 ให้เจ้าหนี้ฟ้องได้ภายในสองปี ทั้งสองทางล้วนเปลี่ยนฐานะของลูกหนี้ ฉะนั้นสิ่งที่ควรทำก่อนลงชื่อคือหาวันที่หนี้ครบกำหนดอายุความให้ได้เสียก่อน

  • จ่ายไปแล้วบางส่วนก่อนจะรู้ว่าขาดอายุความ ขอคืนได้ไหม

    มาตรา 193/28 วรรคหนึ่งตอบไว้ตรง ๆ ว่าเรียกคืนไม่ได้ ไม่ว่ามากน้อยเพียงใด แม้ผู้ชำระหนี้จะไม่รู้ว่าสิทธิเรียกร้องขาดอายุความแล้วก็ตาม ส่วนที่ยังไม่ได้จ่ายเป็นคนละคำถาม และวรรคสองของมาตราเดียวกันกล่าวถึงการรับสภาพความรับผิดโดยมีหลักฐานเป็นหนังสือหรือโดยการให้ประกัน จึงต้องดูว่าสิ่งที่ทำลงไปอยู่ในรูปใด ทั้งนี้วรรคสองยังบัญญัติด้วยว่าจะอ้างความข้อนี้ขึ้นเป็นโทษแก่ผู้ค้ำประกันเดิมไม่ได้

  • ผู้ค้ำประกันจ่ายแทน อายุความไม่ได้หยุดกับทุกคน
  • ค้ำร่วมกับอีกคน เขายังผ่อนอยู่ ตัวเองต้องนับอายุความอย่างไร

    ตามคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 6403/2561 การชำระของผู้ค้ำประกันร่วมอีกรายเป็นโทษเฉพาะแก่รายนั้น ไม่ถึงผู้ค้ำประกันร่วมรายอื่นตามมาตรา 295 การนับของแต่ละคนจึงเดินจากเหตุที่ผูกพันคนนั้นเอง ข้อนี้เป็นได้ทั้งคุณและโทษ เพราะเหตุที่ผูกพันอาจเป็นการกระทำของลูกหนี้ชั้นต้นซึ่งเป็นโทษถึงผู้ค้ำประกันทุกคนตามมาตรา 692 อยู่แล้ว สิ่งที่ต้องหาให้ครบจึงเป็นรายการเหตุทั้งหมด ไม่ใช่เฉพาะการชำระเงินที่เห็นอยู่

  • ลูกหนี้ถูกฟ้องไปหลายปีแล้ว ผู้ค้ำประกันยังถูกฟ้องได้อีกหรือ

    คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3104/2558 ชี้ว่าการฟ้องลูกหนี้ชั้นต้นทำให้อายุความสะดุดหยุดลงและเป็นโทษแก่ผู้ค้ำประกันด้วยตามมาตรา 692 ระยะเวลาที่ล่วงไปก่อนหน้านั้นจึงไม่นับ และเริ่มนับใหม่เมื่อคดีถึงที่สุดตามมาตรา 193/15 วรรคสอง การนับจากวันที่ลูกหนี้ผิดนัดครั้งแรกจึงเป็นการตั้งต้นผิดจุด สิ่งที่ต้องหาคือวันที่คดีของลูกหนี้ถึงที่สุด

  • ดอกเบี้ยเกินอัตรา ไม่ได้ลดเหลือ 15 แต่เป็นโมฆะ
  • จ่ายดอกเบี้ยมาหลายปีแล้ว ขอให้หักออกจากต้นเงินได้ไหม

    ข้อนี้ยังไม่ลงรอยกันในแนวคำพิพากษา คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2131/2560 ให้นำเงินที่ชำระไปแล้วไปชำระต้นเงินทั้งหมด โดยเห็นว่ามาตรา 407 ไม่ตัดสิทธิ ส่วนคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 11645/2554 เห็นว่าเป็นการชำระตามอำเภอใจ จึงหักไม่ได้ สิ่งที่ทำให้ผลต่างกันคือข้อเท็จจริงว่าจ่ายไปในพฤติการณ์อย่างไร และคดีถูกวางประเด็นไว้อย่างไร จึงเป็นเรื่องที่ต้องดูเอกสารการชำระเงินจริงก่อนสรุป

  • ในสัญญาเขียนร้อยละ 15 พอดี แต่ตอนรับเงินถูกหักไว้ก่อนแล้ว

    ตัวเลขในเอกสารไม่ใช่ข้อยุติ คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 261/2516 แยกยอดในสัญญาออกเป็นต้นเงินจริงกับดอกเบี้ยล่วงหน้าที่เรียกเกินอัตรา และคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 11645/2554 ระบุว่าการนำพยานบุคคลมาสืบว่าหนี้ที่ระบุไว้ในเอกสารไม่สมบูรณ์นั้นไม่ต้องห้าม นอกจากนี้พระราชบัญญัติห้ามเรียกดอกเบี้ยเกินอัตรา พ.ศ. 2560 มาตรา 4 (3) ยังครอบคลุมถึงการกำหนดจะเอาประโยชน์อย่างอื่นนอกจากดอกเบี้ยจนเห็นได้ชัดว่ามากเกินส่วนอันสมควรด้วย

  • ทวงหนี้บริษัทไทย: คู่มือสำหรับเจ้าหนี้ต่างชาติ
  • ใบแจ้งหนี้เกิน 2 ปีแล้ว ขาดอายุความหรือยัง

    ไม่เสมอไป ถ้าสินค้าหรืองานนั้นเป็นการที่ได้ทำเพื่อกิจการของฝ่ายลูกหนี้ ไม่อยู่ในบังคับอายุความ 2 ปีตามมาตรา 193/34 (1) แต่มีอายุความ 5 ปีตามมาตรา 193/33 (5) และการชำระหนี้บางส่วนหรือการรับสภาพหนี้เป็นหนังสือ ทำให้อายุความสะดุดหยุดลงตามมาตรา 193/14

  • ใบแจ้งหนี้ที่ค้างชำระ เรียกดอกเบี้ยได้เท่าใด

    ในระหว่างผิดนัด มาตรา 224 ให้คิดในอัตราตามมาตรา 7 บวกร้อยละสองต่อปี หรือในอัตราที่สูงกว่าถ้ามีเหตุอย่างอื่นอันชอบด้วยกฎหมาย เช่น ตามสัญญา มาตรา 7 กำหนดอัตราร้อยละสามต่อปี ซึ่งอาจปรับเปลี่ยนได้โดยพระราชกฤษฎีกา

  • เจ้าหนี้ที่อยู่ต่างประเทศอาจถูกสั่งให้วางเงินต่อศาลหรือไม่

    อาจถูกสั่ง ถ้าเข้าเงื่อนไขตามมาตรา 253 แห่งประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง คือไม่มีภูมิลำเนาหรือสำนักทำการงานและไม่มีทรัพย์สินที่อาจถูกบังคับคดีได้ในราชอาณาจักร หรือเป็นที่เชื่อได้ว่าจะหลีกเลี่ยงไม่ชำระค่าฤชาธรรมเนียม ศาลอาจสั่งให้วางเงินหรือหาประกัน ถ้าไม่ปฏิบัติตาม ศาลจะจำหน่ายคดี เว้นแต่จำเลยขอให้พิจารณาต่อไป หรือมีการอุทธรณ์คำสั่งนั้น

  • ค่าสินค้าค้างชำระ อายุความ 2 ปีหรือ 5 ปี
  • ขายเครื่องจักรให้บริษัทไทยใช้ในโรงงาน อายุความ 2 ปีหรือ 5 ปี

    สินค้าที่ผู้ซื้อซื้อไปใช้ในกิจการของตนเข้าข้อยกเว้นในมาตรา 193/34 (1) จึงมีอายุความ 5 ปีตามมาตรา 193/33 (5) ศาลฎีกาใช้ข้อยกเว้นนี้กับสินค้าที่ซื้อไปผลิต (คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 7115/2544) และที่ใช้ในงานก่อสร้าง (คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 9197/2551)

  • ค่าขนส่งที่ออกแทนผู้ซื้อ มีอายุความ 5 ปีด้วยหรือไม่

    ถ้าค่าขนส่งเกิดขึ้นเกี่ยวเนื่องจากการขายสินค้าที่ผู้ซื้อซื้อไปใช้ในกิจการ คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 6198/2548 วินิจฉัยว่าเป็นเงินที่ออกทดรองไปเพื่อกิจการของฝ่ายลูกหนี้ มีอายุความ 5 ปีเช่นเดียวกับค่าสินค้า

  • ถ้าผู้ซื้อเป็นบุคคลธรรมดาซื้อไปใช้เอง

    กรณีนั้นไม่เข้าข้อยกเว้น สิทธิเรียกร้องค่าสินค้าของผู้ประกอบการค้ามีอายุความ 2 ปีตามมาตรา 193/34 (1)

  • ฟ้องบริษัทไทยให้ล้มละลาย
  • ต้องมีคำพิพากษาก่อนฟ้องล้มละลายหรือไม่

    ไม่ต้อง มาตรา 9 (3) กำหนดเพียงว่าหนี้นั้นอาจกำหนดจำนวนได้โดยแน่นอน และศาลฎีกาวินิจฉัยว่าเจ้าหนี้ไม่จำต้องฟ้องคดีแพ่งให้ได้คำพิพากษาก่อน (คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 471/2548, 212/2567 และ 540/2567)

  • เจ้าหนี้อยู่ต่างประเทศ มีเวลายื่นคำขอรับชำระหนี้เท่าใด

    สองเดือนนับแต่วันโฆษณาคำสั่งพิทักษ์ทรัพย์เด็ดขาดตามมาตรา 91 และเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์อาจขยายให้อีกไม่เกินสองเดือนสำหรับเจ้าหนี้ที่อยู่นอกราชอาณาจักร การขยายเวลานี้ต้องร้องขอ

  • ส่งหนังสือทวงถามครั้งเดียว เกิดข้อสันนิษฐานว่ามีหนี้สินล้นพ้นตัวหรือไม่

    ไม่เกิด มาตรา 8 (9) กำหนดให้ทวงถามเป็นหนังสือไม่น้อยกว่าสองครั้ง ห่างกันไม่น้อยกว่าสามสิบวัน และต้องเป็นการทวงหนี้ที่นำมาฟ้อง (คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 6117/2552)

  • กรรมการบริษัทไทยค้ำประกันส่วนตัว
  • ให้กรรมการรับผิดอย่างลูกหนี้ร่วมได้หรือไม่

    ถ้ากรรมการเป็นบุคคลธรรมดาไม่ได้ มาตรา 681/1 บัญญัติให้ข้อตกลงเช่นนั้นเป็นโมฆะ เฉพาะผู้ค้ำประกันซึ่งเป็นนิติบุคคลเท่านั้นที่ตกลงผูกพันเป็นลูกหนี้ร่วมได้ และจะไม่มีสิทธิตามมาตรา 688 ถึง 690

  • สัญญาค้ำประกันทำไว้ปี 2556 และให้กรรมการรับผิดอย่างลูกหนี้ร่วม ยังใช้ได้หรือไม่

    ข้อห้ามให้รับผิดอย่างลูกหนี้ร่วมไม่กระทบสัญญาที่ทำไว้ก่อนกฎหมายที่แก้ไขใช้บังคับ (มาตรา 18 แห่งพระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมฯ ฉบับที่ 20; คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5788/2562) และในคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 160/2566 ข้อตกลงให้รับผิดอย่างลูกหนี้ร่วมในสัญญาค้ำประกันที่ทำเมื่อเดือนตุลาคม 2557 ยังใช้บังคับได้ แต่ถ้าบริษัทผิดนัดหลังพระราชบัญญัตินี้ใช้บังคับ หน้าที่บอกกล่าวภายในหกสิบวันตามมาตรา 686 ยังใช้บังคับ (มาตรา 19; คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5788/2562)

  • กรรมการขอให้เราไปเรียกเอาจากบริษัทก่อนได้หรือไม่

    กรรมการขอให้เรียกบริษัทชำระก่อนได้ตามมาตรา 688 และตามมาตรา 689 อาจบังคับให้เจ้าหนี้บังคับเอาจากทรัพย์สินของบริษัทก่อนได้ ถ้าพิสูจน์ได้ว่าบริษัทมีทางที่จะชำระหนี้ได้และการบังคับจะไม่เป็นการยาก

  • เช็คเด้ง: ฟ้องแพ่ง ร้องทุกข์คดีอาญา และกำหนดเวลาที่ต้องรู้
  • เช็คเด้งแล้ว ลูกค้าขอให้นำไปขึ้นเงินใหม่เดือนหน้า รอได้ไหม

    อาจเสียทางอาญา สามเดือนนับแต่ธนาคารปฏิเสธการจ่ายเงินครั้งแรก การแก้วันที่แล้วนำไปยื่นใหม่ไม่ทำให้เกิดความผิดครั้งใหม่ (คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 984/2535) ส่วนอายุความทางแพ่งหนึ่งปีนับแต่วันที่ลงในเช็ค (คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 9539/2544)

  • ฟ้องตามใบแจ้งหนี้แทนฟ้องตามเช็คได้ไหม

    ได้ หนี้ที่ชำระด้วยเช็คจะระงับต่อเมื่อเช็คได้ใช้เงินแล้ว (มาตรา 321) สิทธิเรียกร้องตามมูลหนี้เดิมจึงยังอยู่ภายในอายุความของมูลหนี้นั้น โดยต้องพิสูจน์มูลหนี้ได้ (คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1275/2504 และ 2013/2537)

  • เช็คให้ไว้เป็นประกันก่อนเริ่มงาน เป็นความผิดไหม

    โดยทั่วไปไม่เป็น กฎหมายนี้ใช้กับเช็คที่ออกเพื่อชำระหนี้ที่มีอยู่จริงและบังคับได้ในขณะออกเช็คเท่านั้น ศาลฎีกาวินิจฉัยว่าไม่เป็นความผิดเมื่อหนี้เพิ่งเกิดภายหลัง (คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 7615/2538 และ 1237/2565)

  • ใบอนุญาตประกอบธุรกิจของคนต่างด้าว (FBL): ค่าใช้จ่าย เงื่อนไข และระยะเวลา
  • ขอใบอนุญาตประกอบธุรกิจของคนต่างด้าวมีค่าใช้จ่ายเท่าใด

    ค่าธรรมเนียมราชการ คำขอ 2,000 บาท ใบอนุญาตบัญชีสาม 5 บาทต่อทุนจดทะเบียนทุก 1,000 บาท ขั้นต่ำ 20,000 บาท สูงสุด 250,000 บาท ค่าบริการวิชาชีพคิดแยกต่างหาก

  • ขอใบอนุญาตใช้เวลานานเท่าใด

    กฎหมายให้อธิบดีพิจารณาธุรกิจตามบัญชีสามภายใน 60 วันนับแต่ยื่นคำขอครบ และออกใบอนุญาตภายใน 15 วันหลังอนุญาต การเตรียมคำขอมักใช้เวลานานกว่าการพิจารณาเอง

  • มีช่องทางที่เร็วกว่าใบอนุญาตหรือไม่

    มี ถ้าธุรกิจได้รับการส่งเสริมจาก BOI หรืออยู่ภายใต้สนธิสัญญา ทั้งสองกรณีบริษัทได้รับหนังสือรับรองภายใน 30 วันนับแต่แจ้งอธิบดี (มาตรา 11 และมาตรา 12)

  • ให้คนไทยถือหุ้นแทนได้หรือไม่

    ทำเพื่อหลีกเลี่ยงกฎหมายไม่ได้ การถือหุ้นแทนเป็นความผิดตามมาตรา 36 ทั้งผู้ถือหุ้นแทนและคนต่างด้าวที่ตกลงให้ทำ มีโทษจำคุกไม่เกินสามปี หรือปรับตั้งแต่ 100,000 บาทถึง 1,000,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

  • ฟ้องบริษัทในประเทศไทย: ศาลไหน ค่าใช้จ่ายเท่าไร และมีขั้นตอนอย่างไร
  • ดำเนินคดีเป็นภาษาอังกฤษได้หรือไม่

    ไม่ได้ การพิจารณาคดีในศาลไทยใช้ภาษาไทย เอกสารภาษาอังกฤษต้องยื่นพร้อมคำแปลภาษาไทย (ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 46)

  • ฟ้องบริษัทเสียค่าขึ้นศาลเท่าใด

    ร้อยละ 2 ของทุนทรัพย์ส่วนที่ไม่เกิน 50 ล้านบาท แต่ไม่เกิน 200,000 บาท ส่วนที่เกิน 50 ล้านบาทคิดเพิ่มร้อยละ 0.1 ค่าวิชาชีพทนายความคิดแยกต่างหาก

  • ถ้าบริษัทเพิกเฉยต่อคำฟ้องจะเป็นอย่างไร

    ถ้าไม่ยื่นคำให้การภายใน 15 วันนับแต่ได้รับหมาย โจทก์มีคำขอให้ศาลพิพากษาโดยขาดนัดได้ตามมาตรา 198 แต่โจทก์ต้องยื่นคำขอภายในกำหนด มิฉะนั้นศาลจะจำหน่ายคดี

  • อุทธรณ์ได้ภายในเวลาเท่าใด

    หนึ่งเดือนนับแต่วันอ่านคำพิพากษา (มาตรา 229) การฎีกาต้องได้รับอนุญาตจากศาลฎีกา โดยยื่นคำร้องภายในหนึ่งเดือนนับแต่วันอ่านคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ (มาตรา 247)

  • บริษัท BOI ต้องขอ FBC หรือไม่ เมื่อผลิตเพื่อส่งออก 100%
  • บริษัทที่คนไทยถือหุ้นข้างมากต้องขอ FBC หรือไม่

    ไม่ต้อง ถ้าคนไทยถือหุ้นเกินกึ่งหนึ่งจริงและไม่มีการถือหุ้นต่างด้าวทางอ้อมจนเข้านิยามมาตรา 4 บริษัทนั้นไม่ใช่คนต่างด้าวตามกฎหมายนี้ แต่ต้องเป็นการถือหุ้นจริง การถือหุ้นแทนคนต่างด้าวเพื่อหลีกเลี่ยงกฎหมายมีโทษตามมาตรา 36 ทั้งต่อผู้ถือหุ้นแทนและคนต่างด้าวที่ยินยอม

  • ผลิตตามแบบและติดแบรนด์ลูกค้า แต่บริษัทซื้อวัตถุดิบเอง ต้องขอ FBC หรือไม่

    โดยทั่วไปไม่ต้อง เพราะบริษัทผลิตสินค้าของตัวเองแล้วขายให้ลูกค้า แบบหรือแบรนด์ของลูกค้าไม่ได้เปลี่ยนการขายสินค้าให้เป็นงานบริการ แต่ควรตรวจสัญญาว่าไม่มีข้อกำหนดที่ทำให้กรรมสิทธิ์ในสินค้าตกเป็นของลูกค้าตั้งแต่ระหว่างผลิต

  • บริษัทส่งออกในนามตัวเองและใช้ VAT 0% แสดงว่าเป็นการขายสินค้าใช่หรือไม่

    ไม่จำเป็น ข้อหารือกรมสรรพากรที่ กค 0706/2575 วินิจฉัยว่า บริษัทรับจ้างผลิตที่ยื่นใบขนสินค้าขาออกในนามตัวเอง เข้าลักษณะขายสินค้าโดยส่งออกสำหรับภาษีมูลค่าเพิ่ม แต่ในข้อหารือเดียวกันยังให้รับรู้รายได้แบบรับจ้างทำของ แต่ละกฎหมายมีเกณฑ์ของตัวเอง การจัดประเภททางภาษีจึงไม่ได้ชี้ขาดสถานะตาม พ.ร.บ.การประกอบธุรกิจของคนต่างด้าว

  • ขอ FBC สำหรับบริษัท BOI ใช้เวลานานเท่าไร

    มาตรา 12 กำหนดให้อธิบดีออกหนังสือรับรองไม่เกิน 30 วันนับแต่วันที่ได้รับแจ้งการได้รับบัตรส่งเสริม ส่วนเอกสารที่ต้องยื่นเป็นไปตามหลักเกณฑ์ที่อธิบดีกำหนด

  • ได้ FBC แล้วใช้ได้ตลอดไปหรือไม่

    ไม่ใช่ การยกเว้นตามมาตรา 12 มีผลตลอดระยะเวลาที่ธุรกิจนั้นได้รับการส่งเสริมการลงทุน หากการส่งเสริมสิ้นสุด หรือบริษัทขยายไปทำกิจการที่บัตรไม่ครอบคลุม ต้องพิจารณาเรื่องใบอนุญาตใหม่

  • จดทะเบียนบริษัทในไทยทำอะไรก่อนหลัง: จองชื่อ โครงสร้างผู้ถือหุ้น ใบอนุญาตคนต่างด้าว และใบอนุญาตทำงาน
  • คนต่างด้าวถือหุ้นบริษัทไทยได้เท่าใด

    นอกจากกฎหมายเฉพาะบางธุรกิจและกฎหมายที่ดินที่มีข้อจำกัดของตัวเอง กฎหมายไม่ได้กำหนดเพดานการถือหุ้นไว้เป็นการทั่วไป ประเด็นสำคัญคือ ถ้าคนต่างด้าวถือหุ้นตั้งแต่กึ่งหนึ่งขึ้นไป บริษัทเป็นคนต่างด้าวตามพระราชบัญญัติการประกอบธุรกิจของคนต่างด้าว พ.ศ. 2542 และประกอบธุรกิจตามบัญชีท้ายกฎหมายไม่ได้ถ้าไม่ได้รับอนุญาต ทางที่ใช้กันมีขอใบอนุญาต ขอหนังสือรับรองตามสนธิสัญญาหรือความตกลงการค้าเสรี หรือขอรับการส่งเสริมจาก BOI

  • จดทะเบียนบริษัทแล้วขอใบอนุญาตทำงานได้ทันทีหรือไม่

    ไม่เสมอไป กรมการจัดหางานจะดูทุนจดทะเบียนที่ชำระแล้วและจำนวนลูกจ้างคนไทยไปพร้อมกัน หลักทั่วไปคือ พนักงานต่างชาติหนึ่งคนต่อทุนจดทะเบียน 2 ล้านบาทและลูกจ้างคนไทย 4 คน บริษัทที่ได้รับการส่งเสริม BOI ใช้เกณฑ์อีกชุดหนึ่ง ตัวเลขเหล่านี้เปลี่ยนได้ตามกฎเกณฑ์และดุลพินิจในการพิจารณา ควรตรวจก่อนวางแผนกำลังคน

  • ควรตั้งทุนจดทะเบียนเท่าใด

    ไม่มีตัวเลขเดียวที่ใช้ได้กับทุกกรณี ทุนจดทะเบียนอย่างน้อยต้องสอดคล้องกับสองเรื่อง คือจำนวนพนักงานต่างชาติที่จะขอใบอนุญาตทำงาน และความต้องการเงินทุนจริงของบริษัท กรมการจัดหางานดูทุนที่ชำระแล้ว ไม่ใช่เพียงทุนที่จดไว้ สัดส่วนและกำหนดเวลาชำระควรตรวจเป็นรายกรณี ตั้งต่ำเกินไปจะจำกัดการจัดการเรื่องคน ตั้งสูงเกินไปต้องชำระค่าหุ้นจริงตามนั้นและมีภาระดูแลมากขึ้น ค่าธรรมเนียมราชการในการจดทะเบียนจัดตั้งเป็นจำนวนคงที่ ไม่เปลี่ยนตามทุนจดทะเบียน

  • ต้องเดินทางมาไทยด้วยตนเองหรือไม่

    งานจดทะเบียนส่วนใหญ่มอบอำนาจให้ผู้อื่นทำได้ แต่บางขั้นไม่ได้ ที่พบบ่อยที่สุดคือการเปิดบัญชีธนาคาร ซึ่งธนาคารส่วนใหญ่ต้องการให้ผู้มีอำนาจลงนามมาด้วยตนเอง และบางกรณีรวมถึงการรับใบอนุญาตทำงานด้วย ควรทำรายการขั้นที่ต้องมาด้วยตนเองให้ครบตั้งแต่ต้น เพื่อรวมไว้ในการเดินทางครั้งเดียว

  • ทั้งหมดใช้เวลานานเท่าใด

    บทความนี้ไม่ระบุจำนวนวัน เพราะสิ่งที่กำหนดความเร็วมักไม่ใช่การจดทะเบียนเอง สิ่งที่มีผลจริงมีสามเรื่อง คือความเร็วในการรับรองและแปลเอกสารต่างประเทศ ชื่อผ่านการจองในครั้งแรกหรือไม่ และธุรกิจต้องขอใบอนุญาตประกอบธุรกิจของคนต่างด้าวหรือไม่ เรื่องแรกมักเป็นคอขวด จึงควรเริ่มก่อน ลำดับทั้งหมด ความเกี่ยวเนื่องของแต่ละขั้น และขั้นที่ขึ้นอยู่กับหน่วยงานภายนอกหรือหน่วยงานในต่างประเทศ ควรทำรายการให้ครบตั้งแต่ต้น

  • ใบอนุญาตทำงานและวีซ่าในไทย: ความต่าง ลำดับ และรอบรายปี
  • มีวีซ่าธุรกิจแล้ว เริ่มทำงานได้เลยหรือไม่

    ไม่ได้ วีซ่าเกี่ยวกับการเข้าเมืองและการอยู่ในประเทศ ใบอนุญาตทำงานเกี่ยวกับการทำงาน ออกโดยหน่วยงานต่างกัน ก่อนกรมการจัดหางานออกใบอนุญาตทำงาน แม้มีวีซ่า Non-Immigrant B ที่ถูกต้องครบถ้วนก็ทำงานไม่ได้

  • มาไทยก่อนแล้วค่อยขอวีซ่าและใบอนุญาตทำงานในประเทศได้หรือไม่

    ขึ้นอยู่กับประเภทวีซ่าที่ใช้เข้าประเทศ วีซ่าท่องเที่ยวหรือการเข้าประเทศโดยได้รับยกเว้นการตรวจลงตรา โดยปกติใช้เป็นฐานของใบอนุญาตทำงานไม่ได้ ถ้าเข้าเงื่อนไขอาจขอเปลี่ยนประเภทวีซ่าในประเทศได้ แต่ควรตรวจเงื่อนไขและเอกสารก่อนเดินทาง ไม่ใช่ถามหลังเข้าประเทศแล้ว

  • บริษัทเพิ่งจดทะเบียน ขอใบอนุญาตทำงานให้พนักงานต่างชาติได้ทันทีหรือไม่

    ไม่เสมอไป กรมการจัดหางานจะดูทุนจดทะเบียนที่ชำระแล้วและจำนวนลูกจ้างคนไทยไปพร้อมกัน หลักทั่วไปคือพนักงานต่างชาติหนึ่งคนต่อทุนจดทะเบียน 2 ล้านบาทและลูกจ้างคนไทย 4 คน บริษัทที่ได้รับการส่งเสริม BOI ใช้เกณฑ์อีกชุดหนึ่ง ตัวเลขเหล่านี้เปลี่ยนได้ตามกฎเกณฑ์และดุลพินิจในการพิจารณา ควรตรวจก่อนวางแผนกำลังคน นอกจากนี้บริษัทใหม่มักยังไม่มีงบการเงิน การยื่นภาษี และประวัติประกันสังคม ซึ่งมักเป็นอุปสรรคจริง

  • กรรมการต่างชาติแค่มาประชุมและลงนามเอกสาร ต้องมีใบอนุญาตทำงานหรือไม่

    อาจต้องมี กฎหมายไทยไม่ได้ใช้การได้รับค่าตอบแทนเป็นเกณฑ์เดียว การที่กรรมการมาประชุมและลงนามเอกสารเป็นการทำงานหรือไม่ ขึ้นอยู่กับเนื้อหาและความถี่ของกิจกรรม ประเมินก่อนจัดการเดินทางปลอดภัยกว่าประเมินหลังเข้าประเทศมาก

  • คนเดียวทำงานให้สองบริษัทพร้อมกันได้หรือไม่

    ใบอนุญาตทำงานหนึ่งฉบับผูกกับนายจ้าง ตำแหน่ง และสถานที่ทำงานที่ระบุไว้ ใช้ใบอนุญาตที่มีอยู่ทำงานให้บริษัทที่สองไม่ได้ ส่วนจะขอใบอนุญาตแยกสำหรับงานที่สองได้หรือไม่ ถือสองฉบับพร้อมกันได้หรือไม่ และเงื่อนไขของแต่ละฉบับ ต้องตรวจตามกฎหมายและแนวปฏิบัติของหน่วยงานในขณะนั้นเป็นรายกรณี

  • รายงานตัว 90 วันมอบให้คนอื่นทำหรือทำออนไลน์ได้หรือไม่

    ปกติไปด้วยตนเองหรือมอบให้ผู้อื่นทำแทนได้ และสำนักงานตรวจคนเข้าเมืองเปิดช่องทางอื่นเป็นครั้งคราว ช่องทางที่ใช้ได้และกำหนดเวลารับเรื่องเปลี่ยนแปลงได้ ใกล้วันครบกำหนดจึงไม่ควรพึ่งช่องทางเดียว ควรตรวจก่อน หน้าที่นี้ผูกกับสิทธิอยู่ในประเทศ ไม่เกี่ยวกับใบอนุญาตทำงาน

  • ลืมขอ Re-entry permit ก่อนออกนอกประเทศ จะเป็นอย่างไร

    ต้องดูสิ่งที่บันทึกในหนังสือเดินทางจริงก่อน วีซ่าบางประเภทและการอนุญาตบางแบบมีผลให้กลับเข้ามาได้ในตัว นอกจากนั้น การขยายระยะเวลาอยู่จะสิ้นสุดเมื่อออกนอกประเทศ เมื่อกลับมาต้องเริ่มจากการอนุญาตให้เข้าประเทศครั้งใหม่และขอขยายระยะเวลาใหม่ และใบอนุญาตทำงานที่อาศัยสิทธิอยู่นั้นก็ขาดฐาน ทางแก้ขึ้นอยู่กับแต่ละกรณี และมีต้นทุนสูงกว่าการตรวจและขอไว้ก่อน

  • เปลี่ยนงาน โอนใบอนุญาตทำงานเดิมไปบริษัทใหม่ได้หรือไม่

    ไม่ได้ ใบอนุญาตทำงานผูกกับนายจ้างที่ระบุไว้ การเปลี่ยนนายจ้างคือการยื่นขอใหม่ ไม่ใช่การเปลี่ยนชื่อ นายจ้างเดิมต้องแจ้งการออกจากงาน ต้องคืนใบอนุญาตตามที่กำหนด และต้องจัดการสถานะการอยู่ในประเทศภายในกำหนด ควรวางแผนช่วงต่อไว้ก่อนยื่นลาออก

  • การส่งเสริมการลงทุน BOI: ผู้ถือหุ้น บุคลากร และหน้าที่ที่ต้องทำต่อเนื่องนอกเหนือจากบัตรส่งเสริม
  • ได้รับส่งเสริม BOI แล้ว ยังต้องขอใบอนุญาตประกอบธุรกิจของคนต่างด้าวหรือไม่

    ในขอบเขตโครงการที่อนุมัติโดยปกติไม่ต้องขอใบอนุญาตแยกต่างหาก แต่ใช้บัตรส่งเสริมขอหนังสือรับรองจากกรมพัฒนาธุรกิจการค้าตามมาตรา 12 แห่งพระราชบัญญัติการประกอบธุรกิจของคนต่างด้าว โดยกรมต้องออกหนังสือรับรองภายใน 30 วันนับแต่ได้รับแจ้ง แต่ผลนี้มีขอบเขตตามโครงการ ธุรกิจตามบัญชีท้ายพระราชบัญญัติการประกอบธุรกิจของคนต่างด้าว พ.ศ. 2542 ที่บริษัททำนอกโครงการ ยังต้องขอใบอนุญาตหรือหนังสือรับรองเอง ขั้นตอนและระยะเวลาการขอหนังสือรับรองควรตรวจก่อนเริ่มประกอบกิจการ

  • การส่งเสริมครอบคลุมธุรกิจทั้งหมดของบริษัทหรือไม่

    ไม่ครอบคลุม การส่งเสริมให้แก่โครงการที่อนุมัติเป็นโครงการ ๆ บริษัทเดียวกันอาจมีทั้งธุรกิจที่ได้รับและไม่ได้รับการส่งเสริม ซึ่งรายได้และค่าใช้จ่ายต้องแยกบัญชีตามเงื่อนไขการอนุมัติและหลักเกณฑ์ภาษี ธุรกิจใหม่ที่จะเพิ่มอยู่ในขอบเขตที่อนุมัติหรือไม่ เป็นคำถามก่อนเริ่มทำ ไม่ใช่คำถามตอนยื่นแบบประจำปี

  • มี BOI แล้ว ใบอนุญาตทำงานยังดูทุนจดทะเบียนและสัดส่วนลูกจ้างไทยหรือไม่

    บริษัทที่ได้รับการส่งเสริมใช้เกณฑ์ต่างจากหลักทั่วไป หลักทั่วไปคือพนักงานต่างชาติหนึ่งคนต่อทุนจดทะเบียนที่ชำระแล้ว 2 ล้านบาทและลูกจ้างคนไทย 4 คน ซึ่งเปลี่ยนได้ตามกฎเกณฑ์และดุลพินิจในการพิจารณา บริษัทที่ได้รับการส่งเสริมใช้เกณฑ์ใด ตำแหน่งต่างชาติต้องได้รับอนุมัติทีละตำแหน่งหรือไม่ และมีโควตาหรือไม่ ควรตรวจกับหน่วยงานก่อนวางแผนกำลังคน

  • ยกเว้นภาษีกี่ปี เริ่มนับเมื่อใด

    ระยะเวลาและวิธีนับขึ้นอยู่กับประเภทกิจการของโครงการและเงื่อนไขการอนุมัติ จะกล่าวรวม ๆ ไม่ได้ เพดานและหลักการนับตามระบบปัจจุบัน ต้องตรวจตามประกาศในขณะนั้นและเอกสารอนุมัติของบริษัท ไม่ควรอนุมานจากเงื่อนไขของโครงการอื่น

  • ต้องตั้งบริษัทไทยก่อนจึงยื่นขอได้หรือไม่

    ลำดับระหว่างการยื่นขอกับการตั้งบริษัท ควรตรวจตามหลักเกณฑ์ในขณะยื่น ไม่ว่าลำดับใด สุดท้ายต้องมีบริษัทไทยที่จดทะเบียนกับกรมพัฒนาธุรกิจการค้าเป็นผู้ถือบัตรส่งเสริม และต้องจดทะเบียนภาษี จดภาษีมูลค่าเพิ่มเมื่อถึงเกณฑ์ และขึ้นทะเบียนนายจ้างกับสำนักงานประกันสังคมเมื่อจ้างลูกจ้าง จังหวะการเปิดบัญชี การเช่าสถานที่ และการจัดคน ควรวางตามลำดับนี้

  • ถ้าโครงการจะเปลี่ยนกำลังการผลิต สถานที่ หรือโครงสร้างผู้ถือหุ้น ต้องทำอะไร

    การเปลี่ยนแปลงส่วนใหญ่ต้องยื่นขอต่อ BOI ก่อน ไม่ใช่รายงานภายหลัง เรื่องใดต้องได้รับอนุมัติก่อนและเกณฑ์เป็นอย่างไร ควรตรวจก่อนตัดสินใจทางธุรกิจ เพราะการออกนอกเงื่อนไขโดยไม่ได้รับอนุมัติเป็นเหตุเพิกถอนสิทธิประโยชน์ได้ในตัวเอง

  • ถ้าถูกเพิกถอนการส่งเสริม ผลคืออะไร

    อย่างน้อยโครงการนั้นจะไม่ได้สิทธิตามการส่งเสริมอีกต่อไป รวมถึงความสะดวกเรื่องผู้ถือหุ้นและการจ้างคน บริษัทต้องกลับไปใช้ทางใบอนุญาตหรือหนังสือรับรอง สิทธิประโยชน์ทางภาษีที่ใช้ไปแล้วจะถูกเรียกคืนหรือไม่ ขึ้นอยู่กับเหตุและฐานทางกฎหมายของการเพิกถอน ควรตรวจทันทีที่เกิดการออกนอกเงื่อนไข

  • ชนะคดีที่ต่างประเทศแล้ว จะบังคับเอากับบริษัทไทยได้หรือไม่: ทำไมคำชี้ขาดอนุญาโตตุลาการข้ามพรมแดนได้ แต่คำพิพากษาศาลต่างประเทศข้ามไม่ได้
  • เรามีคำพิพากษาศาลจีนที่ให้บริษัทไทยชำระหนี้ จะนำมาบังคับคดีในไทยได้หรือไม่

    ไม่ได้โดยตรง กฎหมายไทยไม่มีกระบวนการจดทะเบียนหรือบังคับคดีตามคำพิพากษาศาลต่างประเทศ จึงต้องฟ้องคดีใหม่ต่อศาลไทย โดยอ้างคำพิพากษาต่างประเทศเป็นพยานหลักฐานได้ ควรตรวจอายุความตามกฎหมายไทยของมูลหนี้เดิมก่อนจะพึ่งการดำเนินคดีในต่างประเทศ

  • สัญญากำหนดให้ระงับข้อพิพาทโดยอนุญาโตตุลาการที่ฮ่องกงหรือสิงคโปร์ บริษัทไทยจะขอให้ศาลไทยเพิกถอนคำชี้ขาดได้หรือไม่

    ไม่ได้ คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 9476/2558 และ 8539/2560 วินิจฉัยว่าศาลไทยไม่มีอำนาจเพิกถอนคำชี้ขาดที่ทำขึ้นในต่างประเทศ บริษัทไทยทำได้เพียงคัดค้านการบังคับในไทยตามเหตุในมาตรา 43 และมาตรา 44 แห่ง พ.ร.บ.อนุญาโตตุลาการ

  • มีเวลานานเท่าใดในการขอบังคับตามคำชี้ขาดต่างประเทศในไทย

    3 ปีนับแต่วันที่อาจบังคับตามคำชี้ขาดได้ ตามมาตรา 42 แห่ง พ.ร.บ.อนุญาโตตุลาการ หากข้อบังคับของสถาบันเปิดให้อุทธรณ์ภายในได้ คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2611/2562 นับจากคำชี้ขาดชั้นอุทธรณ์

จัดตั้งธุรกิจ ใบอนุญาต และค่าบริการ

  • คนต่างชาติถือหุ้นในบริษัทไทยได้กี่เปอร์เซ็นต์

    นอกจากที่กฎหมายรายกิจการและประมวลกฎหมายที่ดินกำหนดไว้เป็นการเฉพาะ ไม่มีเพดานทั่วไปที่ห้ามถือเกินสัดส่วนใด แต่เมื่อคนต่างด้าวถือหุ้นตั้งแต่กึ่งหนึ่งขึ้นไป บริษัทนั้นเป็นคนต่างด้าวตามพระราชบัญญัติการประกอบธุรกิจของคนต่างด้าว พ.ศ. 2542 และจะประกอบกิจการที่อยู่ในบัญชีท้ายพระราชบัญญัติไม่ได้จนกว่าจะได้รับอนุญาต ทางเลือกที่ใช้กันคือขอใบอนุญาต ขอหนังสือรับรองตามสนธิสัญญาหรือความตกลงการค้าเสรี หรือขอรับการส่งเสริมการลงทุน

  • ตั้งบริษัทแล้วขอใบอนุญาตทำงานได้ทันทีหรือไม่

    ไม่เสมอไป กรมการจัดหางานพิจารณาทุนจดทะเบียนที่ชำระแล้วและจำนวนลูกจ้างคนไทยของบริษัทประกอบกัน โดยหลักทั่วไปคือทุนจดทะเบียนสองล้านบาทและลูกจ้างคนไทยสี่คนต่อคนต่างด้าวหนึ่งคน กิจการที่ได้รับการส่งเสริมการลงทุนใช้หลักเกณฑ์คนละชุด ตัวเลขเหล่านี้เปลี่ยนได้ตามระเบียบและตามดุลพินิจ จึงควรตรวจกับสำนักงานก่อนวางแผนกำลังคน

  • วีซ่ากับใบอนุญาตทำงานต่างกันอย่างไร

    วีซ่าเป็นเรื่องของการเข้ามาและอยู่ในราชอาณาจักร ออกโดยสถานเอกอัครราชทูตหรือสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง ส่วนใบอนุญาตทำงานเป็นเรื่องของการทำงาน ออกโดยกรมการจัดหางาน คนที่มีวีซ่าถูกต้องแต่ยังไม่มีใบอนุญาตทำงาน ยังทำงานไม่ได้ และการทำงานโดยไม่มีใบอนุญาตมีโทษทั้งต่อคนทำงานและต่อนายจ้าง

  • ต้องเดินทางมาประเทศไทยด้วยตนเองหรือไม่

    งานจดทะเบียนส่วนใหญ่มอบอำนาจได้ แต่บางขั้นตอนต้องมาด้วยตนเอง เช่น การเปิดบัญชีธนาคารซึ่งธนาคารส่วนใหญ่ต้องพบตัวจริง และการรับใบอนุญาตทำงานบางกรณี เราจะบอกล่วงหน้าว่าขั้นตอนใดที่ต้องมาเอง เพื่อให้นัดรวมไว้ในการเดินทางครั้งเดียวได้

  • เอกสารจากต่างประเทศต้องรับรองอย่างไร

    โดยทั่วไปเอกสารของบริษัทหรือของบุคคลที่ออกในต่างประเทศ ต้องผ่านการรับรองตามระบบของประเทศนั้น และรับรองโดยสถานเอกอัครราชทูตหรือสถานกงสุลไทย ก่อนแปลเป็นภาษาไทยและรับรองคำแปล ขั้นตอนนี้ใช้เวลาและควรเริ่มก่อนงานอื่น เพราะมักเป็นสิ่งที่ทำให้ทั้งเรื่องช้า

  • คิดค่าบริการอย่างไร

    งานที่มีขอบเขตชัดเจน เช่น จดทะเบียนบริษัทหรือขอใบอนุญาตทำงาน คิดเป็นค่าบริการเหมาจ่ายต่อเรื่อง ส่วนงานที่ขอบเขตยังไม่แน่นอน เช่น การขอใบอนุญาตประกอบธุรกิจของคนต่างด้าว จะเสนอเป็นช่วงราคาพร้อมเงื่อนไขที่ทำให้ราคาขยับ ค่าธรรมเนียมราชการและค่าแปลเอกสารแยกออกจากค่าบริการเสมอ และแจ้งไว้ในใบเสนอราคา งานคดีเสนอราคาแยกตามขั้นตอน คือชั้นฟ้องจนศาลมีคำพิพากษา และชั้นบังคับคดี ท่านจะให้เราดำเนินการขั้นใดขั้นหนึ่งหรือทั้งสองขั้นก็ได้ตามที่ตกลงกัน

  • อะไรบ้างที่ไม่รวมอยู่ในค่าบริการ

    ค่าบริการเป็นค่าตอบแทนงานของสำนักงานเท่านั้น ค่าใช้จ่ายที่ต้องจ่ายให้บุคคลอื่นแยกออกจากค่าบริการ ได้แก่ ค่าธรรมเนียมราชการ ค่าแปลเอกสารและค่ารับรองคำแปล ค่ารับรองนิติกรณ์ในต่างประเทศ ค่าจัดส่งเอกสาร ค่าขึ้นศาลและค่าธรรมเนียมในชั้นศาล และค่าธรรมเนียมและค่าใช้จ่ายในชั้นบังคับคดี ส่วนค่าเดินทางในการดำเนินเรื่องให้ท่าน เรียกเก็บตามที่เกิดขึ้นจริง โดยคำนวณตามอัตราที่สำนักงานกำหนด รายการเหล่านี้ระบุแยกบรรทัดจากค่าบริการในใบเสนอราคา

  • จะได้ใบเสนอราคา ต้องบอกอะไรบ้าง

    ข้อเท็จจริงที่กำหนดขอบเขตงาน คือผู้ถือหุ้นเป็นใครและสัญชาติใด มีผู้ถือหุ้นที่เป็นนิติบุคคลต่างประเทศหรือไม่ กิจการที่จะทำจริงในประเทศไทยคืออะไร จะมีคนต่างชาติทำงานกี่คน เอกสารที่ต้องใช้ออกในประเทศใด และมีกำหนดเวลาที่ต้องทำให้ทันหรือไม่ สำหรับคดี คือข้อเท็จจริงโดยย่อ เอกสารที่มีอยู่ และสิ่งที่ท่านต้องการให้เกิดขึ้น ข้อเท็จจริงเหล่านี้ได้จากการคุยกันครั้งแรก จากนั้นเราจึงเสนอราคาเป็นลายลักษณ์อักษร

  • ถ้าคำขอไม่ผ่าน ค่าบริการเป็นอย่างไร

    ค่าบริการเป็นค่าตอบแทนของงานที่ทำ คือการเตรียมเรื่อง การยื่น และการชี้แจง ไม่ใช่ค่าตอบแทนของผลลัพธ์ ค่าธรรมเนียมราชการที่ชำระไปแล้วเป็นเงินที่จ่ายให้หน่วยงาน ไม่ได้อยู่กับสำนักงาน ส่วนการยื่นใหม่หรือการอุทธรณ์จะอยู่ในค่าบริการเดิมหรือคิดแยก เป็นไปตามข้อตกลงการว่าจ้างที่ทำไว้เป็นหนังสือ

ไม่ว่าจะเป็นคดีความหรืองานธุรกิจ เล่าเรื่องของท่านให้เราฟังก่อน

การสอบถามเบื้องต้นไม่มีข้อผูกมัด

LINE · ไทย / English
WeChat QR code

WeChat · YACT-Phicha

สแกนเพื่อเพิ่มเพื่อน