กรรมการบริษัทไทยค้ำประกันส่วนตัว
ผู้ขายและผู้ให้กู้ต่างชาติมักขอให้กรรมการของบริษัทไทยค้ำประกันเป็นส่วนตัวก่อนให้เครดิต ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์แก้ไขในปี 2558 เพื่อคุ้มครองผู้ค้ำประกัน สัญญาค้ำประกันที่ร่างตามแบบเดิมจึงอาจไม่ให้ผลอย่างที่เจ้าหนี้คาดไว้
เผยแพร่ 23 กันยายน 2569
ต้องมีหลักฐานเป็นหนังสือและระบุหนี้
ตามมาตรา 680 แห่งประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ สัญญาค้ำประกันต้องมีหลักฐานเป็นหนังสือลงลายมือชื่อผู้ค้ำประกัน จึงจะฟ้องร้องบังคับคดีได้ มาตรา 681 กำหนดให้สัญญาค้ำประกันต้องระบุหนี้หรือสัญญาที่ค้ำประกันไว้โดยชัดแจ้ง และผู้ค้ำประกันรับผิดเฉพาะหนี้หรือสัญญาที่ระบุไว้เท่านั้น การค้ำประกันหนี้ในอนาคตหรือหนี้มีเงื่อนไขต้องระบุวัตถุประสงค์ในการก่อหนี้ ลักษณะของมูลหนี้ จำนวนเงินสูงสุดที่ค้ำประกัน และระยะเวลาในการก่อหนี้ที่จะค้ำประกัน เว้นแต่การค้ำประกันเพื่อกิจการเนื่องกันไปหลายคราวตามมาตรา 699 จะไม่ระบุระยะเวลาก็ได้
กรรมการจะให้รับผิดอย่างลูกหนี้ร่วมไม่ได้
มาตรา 681/1 บัญญัติว่า ข้อตกลงใดที่กำหนดให้ผู้ค้ำประกันต้องรับผิดอย่างเดียวกับลูกหนี้ร่วมหรือในฐานะเป็นลูกหนี้ร่วม ข้อตกลงนั้นเป็นโมฆะ ข้อยกเว้นคือผู้ค้ำประกันซึ่งเป็นนิติบุคคลและยินยอมเข้าผูกพันตนเพื่อรับผิดอย่างลูกหนี้ร่วม ซึ่งจะไม่มีสิทธิตามมาตรา 688 689 และ 690 กรรมการที่ค้ำประกันเป็นส่วนตัวจึงรับผิดในฐานะผู้ค้ำประกัน ไม่ว่าแบบฟอร์มจะเขียนไว้อย่างไร ส่วนบริษัทแม่หรือบริษัทในเครือตกลงผูกพันเป็นลูกหนี้ร่วมได้
ข้อตกลงแบบใดเป็นการให้รับผิดอย่างลูกหนี้ร่วม
สัญญาค้ำประกันที่เขียนไว้หนักแน่นไม่ได้ตกเป็นโมฆะเสมอไป ในคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 8881/2568 ผู้ค้ำประกันยินยอมรับผิดในการชำระหนี้ของลูกหนี้จนครบถ้วน ศาลฎีกาวินิจฉัยว่าเป็นการค้ำประกันตามมาตรา 680 ไม่ใช่ข้อตกลงให้รับผิดอย่างลูกหนี้ร่วม จึงไม่เป็นโมฆะ ในคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2278/2567 แบบสัญญาค้ำประกันมีข้อตกลงให้รับผิดอย่างลูกหนี้ร่วมซึ่งจำกัดไว้เฉพาะผู้ค้ำประกันที่เป็นนิติบุคคล ผู้ค้ำประกันที่เป็นบุคคลธรรมดาซึ่งลงนามจึงไม่ผูกพันตามข้อนั้น สัญญาค้ำประกันไม่เป็นโมฆะ และต้องรับผิดในฐานะผู้ค้ำประกัน
สัญญาค้ำประกันที่ทำก่อนวันที่ 12 กุมภาพันธ์ 2558
ข้อห้ามให้รับผิดอย่างลูกหนี้ร่วมไม่มีผลย้อนหลัง มาตรา 18 แห่งพระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ (ฉบับที่ 20) พ.ศ. 2557 บัญญัติว่า บทบัญญัติของพระราชบัญญัตินี้ไม่กระทบกระเทือนสัญญาที่ได้ทำไว้ก่อนที่พระราชบัญญัตินี้ใช้บังคับ เว้นแต่กรณีที่พระราชบัญญัตินี้บัญญัติไว้เป็นอย่างอื่น และพระราชบัญญัตินี้ไม่ได้บัญญัติถึงการใช้บังคับมาตรา 681/1 ไว้เป็นอย่างอื่น ดังที่ศาลฎีกาวินิจฉัยในคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5788/2562 ในคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 160/2566 ศาลระบุวันใช้บังคับว่า 12 กุมภาพันธ์ 2558 และวินิจฉัยว่าข้อตกลงให้รับผิดอย่างลูกหนี้ร่วมในสัญญาค้ำประกันที่ทำเมื่อวันที่ 29 ตุลาคม 2557 ยังใช้บังคับได้ แต่หน้าที่บอกกล่าวตามมาตรา 686 ที่แก้ไขใหม่ต่างออกไป มาตรา 19 แห่งพระราชบัญญัติเดียวกันให้ใช้บังคับนับแต่วันที่พระราชบัญญัตินี้ใช้บังคับ ในคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5788/2562 สัญญาค้ำประกันทำในปี 2556 แต่ลูกหนี้ผิดนัดในเดือนกรกฎาคม 2558 ศาลจึงนำมาตรา 686 มาใช้ สิ่งแรกที่ต้องตรวจจึงเป็นวันที่ในสัญญาค้ำประกัน และสิ่งที่สองคือวันที่ลูกหนี้ผิดนัด
ข้อต่อสู้ของผู้ค้ำประกัน
ผู้ค้ำประกันที่เป็นบุคคลธรรมดายังมีข้อต่อสู้สามข้อ ตามมาตรา 688 เมื่อเจ้าหนี้ทวงให้ผู้ค้ำประกันชำระหนี้ ผู้ค้ำประกันจะขอให้เรียกลูกหนี้ชำระก่อนก็ได้ เว้นแต่ลูกหนี้ถูกศาลพิพากษาให้ล้มละลายแล้ว หรือไม่ปรากฏว่าลูกหนี้ไปอยู่แห่งใดในพระราชอาณาเขต ตามมาตรา 689 แม้เรียกให้ลูกหนี้ชำระแล้ว ถ้าผู้ค้ำประกันพิสูจน์ได้ว่าลูกหนี้มีทางที่จะชำระหนี้ได้ และการบังคับให้ลูกหนี้ชำระหนี้จะไม่เป็นการยาก เจ้าหนี้ต้องบังคับเอาจากทรัพย์สินของลูกหนี้ก่อน และตามมาตรา 690 ถ้าเจ้าหนี้มีทรัพย์ของลูกหนี้ยึดถือไว้เป็นประกัน เมื่อผู้ค้ำประกันร้องขอ เจ้าหนี้ต้องให้ชำระหนี้เอาจากทรัพย์ซึ่งเป็นประกันนั้นก่อน
ข้อตกลงที่ทำให้แตกต่างไม่ได้
มาตรา 685/1 บัญญัติว่า บรรดาข้อตกลงเกี่ยวกับการค้ำประกันที่แตกต่างไปจากมาตรา 681 วรรคหนึ่ง วรรคสอง และวรรคสาม มาตรา 686 มาตรา 694 มาตรา 698 และมาตรา 699 เป็นโมฆะ หนึ่งในนั้นคือหน้าที่ของเจ้าหนี้ตามมาตรา 686 ที่ต้องมีหนังสือบอกกล่าวไปยังผู้ค้ำประกันภายในหกสิบวันนับแต่วันที่ลูกหนี้ผิดนัด ถ้าไม่บอกกล่าวภายในกำหนด ผู้ค้ำประกันหลุดพ้นจากความรับผิดในดอกเบี้ย ค่าสินไหมทดแทน และค่าภาระติดพันที่เกิดขึ้นหลังพ้นกำหนดนั้น
การเลิกค้ำประกันกิจการต่อเนื่อง
การค้ำประกันเพื่อกิจการเนื่องกันไปหลายคราวโดยไม่มีจำกัดเวลา ผู้ค้ำประกันเลิกเสียได้สำหรับอนาคต ตามมาตรา 699 ผู้ค้ำประกันบอกกล่าวความประสงค์นั้นแก่เจ้าหนี้ได้ และไม่ต้องรับผิดในกิจการที่ลูกหนี้กระทำลงภายหลังคำบอกกล่าวไปถึงเจ้าหนี้ เจ้าหนี้ที่ยังให้เครดิตต่อโดยอาศัยการค้ำประกันเช่นนี้จึงควรระวังคำบอกกล่าวนั้น
คำพิพากษาศาลฎีกาที่อ้างถึง
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 8881/2568
ข้อตกลงที่ผู้ค้ำประกันยินยอมรับผิดในการชำระหนี้ของลูกหนี้จนครบถ้วน เป็นการค้ำประกันตามมาตรา 680 ไม่ใช่ข้อตกลงให้รับผิดอย่างลูกหนี้ร่วมตามมาตรา 681/1 และไม่เป็นโมฆะ
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2278/2567
ข้อตกลงให้รับผิดอย่างลูกหนี้ร่วมที่จำกัดไว้เฉพาะผู้ค้ำประกันที่เป็นนิติบุคคล ไม่ผูกพันผู้ค้ำประกันที่เป็นบุคคลธรรมดา สัญญาค้ำประกันไม่เป็นโมฆะ และต้องรับผิดในฐานะผู้ค้ำประกัน
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5788/2562
พระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ (ฉบับที่ 20) พ.ศ. 2557 ไม่กระทบกระเทือนสัญญาที่ทำไว้ก่อนวันใช้บังคับ เว้นแต่พระราชบัญญัตินี้บัญญัติไว้เป็นอย่างอื่น (มาตรา 18) ข้อตกลงให้รับผิดอย่างลูกหนี้ร่วมในสัญญาค้ำประกันปี 2556 จึงใช้บังคับได้ แต่มาตรา 686 ที่แก้ไขใหม่ใช้บังคับ เพราะลูกหนี้ผิดนัดหลังพระราชบัญญัตินี้ใช้บังคับ (มาตรา 19)
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 160/2566
ข้อตกลงให้รับผิดอย่างลูกหนี้ร่วมในสัญญาค้ำประกันที่ทำเมื่อวันที่ 29 ตุลาคม 2557 ก่อนพระราชบัญญัติฉบับที่ 20 ใช้บังคับในวันที่ 12 กุมภาพันธ์ 2558 ยังใช้บังคับได้
คำถามที่พบบ่อยในเรื่องนี้
ให้กรรมการรับผิดอย่างลูกหนี้ร่วมได้หรือไม่
ถ้ากรรมการเป็นบุคคลธรรมดาไม่ได้ มาตรา 681/1 บัญญัติให้ข้อตกลงเช่นนั้นเป็นโมฆะ เฉพาะผู้ค้ำประกันซึ่งเป็นนิติบุคคลเท่านั้นที่ตกลงผูกพันเป็นลูกหนี้ร่วมได้ และจะไม่มีสิทธิตามมาตรา 688 ถึง 690
สัญญาค้ำประกันทำไว้ปี 2556 และให้กรรมการรับผิดอย่างลูกหนี้ร่วม ยังใช้ได้หรือไม่
ข้อห้ามให้รับผิดอย่างลูกหนี้ร่วมไม่กระทบสัญญาที่ทำไว้ก่อนกฎหมายที่แก้ไขใช้บังคับ (มาตรา 18 แห่งพระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมฯ ฉบับที่ 20; คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5788/2562) และในคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 160/2566 ข้อตกลงให้รับผิดอย่างลูกหนี้ร่วมในสัญญาค้ำประกันที่ทำเมื่อเดือนตุลาคม 2557 ยังใช้บังคับได้ แต่ถ้าบริษัทผิดนัดหลังพระราชบัญญัตินี้ใช้บังคับ หน้าที่บอกกล่าวภายในหกสิบวันตามมาตรา 686 ยังใช้บังคับ (มาตรา 19; คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5788/2562)
กรรมการขอให้เราไปเรียกเอาจากบริษัทก่อนได้หรือไม่
กรรมการขอให้เรียกบริษัทชำระก่อนได้ตามมาตรา 688 และตามมาตรา 689 อาจบังคับให้เจ้าหนี้บังคับเอาจากทรัพย์สินของบริษัทก่อนได้ ถ้าพิสูจน์ได้ว่าบริษัทมีทางที่จะชำระหนี้ได้และการบังคับจะไม่เป็นการยาก
กฎหมายที่เกี่ยวข้อง
- ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 680 681 และ 681/1
- ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 685/1 686 และ 699
- ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 688 689 และ 690
- พระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ (ฉบับที่ 20) พ.ศ. 2557 มาตรา 18 และ 19
ไม่แน่ใจว่าหลักฐานที่มีอยู่เพียงพอหรือไม่
สอบถามได้ก่อน ไม่มีข้อผูกมัด และทุกเรื่องเป็นความลับ



