ติดต่อ

บทความ

ฟ้องบริษัทไทยให้ล้มละลาย

เจ้าหนี้ที่บริษัทไทยค้างชำระและไม่ยอมจ่าย อาจขอให้ศาลล้มละลายสั่งพิทักษ์ทรัพย์ของลูกหนี้แทนการฟ้องคดีแพ่งเพื่อขอคำพิพากษา พระราชบัญญัติล้มละลายวางเงื่อนไขไว้สามข้อ ศาลฎีกาวางแนวการตีความไว้แล้ว และเจ้าหนี้ที่อยู่ต่างประเทศได้เวลาเพิ่มในขั้นตอนหนึ่ง

เป็นหนึ่ง ทับทิมทอง ทนายความ Managing Partner, Head of Litigation, สำนักงานกฎหมายวายเอซีที

เงื่อนไขสามข้อ

มาตรา 9 แห่งพระราชบัญญัติล้มละลาย พุทธศักราช 2483 ให้เจ้าหนี้ฟ้องลูกหนี้ให้ล้มละลายได้ก็ต่อเมื่อ ลูกหนี้มีหนี้สินล้นพ้นตัว ลูกหนี้ซึ่งเป็นนิติบุคคลเป็นหนี้เจ้าหนี้ผู้เป็นโจทก์คนเดียวหรือหลายคนเป็นจำนวนไม่น้อยกว่าสองล้านบาท และหนี้นั้นอาจกำหนดจำนวนได้โดยแน่นอน ไม่ว่าจะถึงกำหนดชำระโดยพลันหรือในอนาคต เจ้าหนี้มีประกันต้องเข้าเงื่อนไขตามมาตรา 10 ด้วย คือต้องมิได้เป็นผู้ต้องห้ามมิให้บังคับชำระหนี้เอาแก่ทรัพย์สินของลูกหนี้เกินกว่าตัวทรัพย์ที่เป็นหลักประกัน และต้องกล่าวในฟ้องว่าจะยอมสละหลักประกันเพื่อประโยชน์แก่เจ้าหนี้ทั้งหลาย หรือตีราคาหลักประกันมาในฟ้อง ซึ่งเมื่อหักกับจำนวนหนี้แล้ว เงินยังขาดอยู่ไม่น้อยกว่าสองล้านบาทสำหรับลูกหนี้ซึ่งเป็นนิติบุคคล

ไม่ต้องมีคำพิพากษาก่อน

มาตรา 9 (3) กำหนดเพียงว่าหนี้นั้นอาจกำหนดจำนวนได้โดยแน่นอน ไม่ได้กำหนดว่าศาลต้องพิพากษากำหนดจำนวนไว้ก่อน ศาลฎีกาวินิจฉัยว่าเจ้าหนี้ไม่จำต้องฟ้องคดีแพ่งให้ได้คำพิพากษาก่อนฟ้องล้มละลาย ทั้งในคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 471/2548 เรื่องหนี้เงินกู้ เบิกเงินเกินบัญชี และตั๋วสัญญาใช้เงิน คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 212/2567 เรื่องเงินทดรองค่าส่งเสริมการขายและค่าสินค้าที่สั่งซื้อ และคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 540/2567 ซึ่งศาลกลับคำวินิจฉัยที่ว่าหนี้ยังมีข้อโต้แย้ง เพราะบัญชีเดินสะพัดแสดงจำนวนหนี้ไว้แล้ว

การพิสูจน์หนี้สินล้นพ้นตัว: หนังสือทวงถามสองครั้ง

เจ้าหนี้ต้องพิสูจน์ว่าลูกหนี้มีหนี้สินล้นพ้นตัว และมาตรา 8 วางข้อสันนิษฐานไว้ให้ ตามมาตรา 8 (9) ถ้าลูกหนี้ได้รับหนังสือทวงถามจากเจ้าหนี้ให้ชำระหนี้ไม่น้อยกว่าสองครั้ง ซึ่งมีระยะเวลาห่างกันไม่น้อยกว่าสามสิบวัน และลูกหนี้ไม่ชำระหนี้ ให้สันนิษฐานไว้ก่อนว่าลูกหนี้มีหนี้สินล้นพ้นตัว ภาระการพิสูจน์หักล้างจึงตกแก่ลูกหนี้ ดังคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 212/2567 และ 540/2567 หนังสือทวงถามต้องเป็นการทวงหนี้ที่นำมาฟ้อง ในคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 6117/2552 เจ้าหนี้ฟ้องโดยอาศัยหนี้ตามคำพิพากษา แต่ทวงถามหนี้นั้นเพียงครั้งเดียว จึงไม่เกิดข้อสันนิษฐาน ศาลวินิจฉัยด้วยว่าข้อเท็จจริงที่แสดงว่าลูกหนี้มีหนี้สินล้นพ้นตัวต้องมีอยู่ในขณะยื่นฟ้อง

ลูกหนี้ต่อสู้อะไรได้

ตามมาตรา 14 ถ้าศาลพิจารณาได้ความจริงตามมาตรา 9 หรือมาตรา 10 ให้ศาลมีคำสั่งพิทักษ์ทรัพย์ของลูกหนี้เด็ดขาด แต่ถ้าไม่ได้ความจริง หรือลูกหนี้นำสืบได้ว่าอาจชำระหนี้ได้ทั้งหมด หรือมีเหตุอื่นที่ไม่ควรให้ลูกหนี้ล้มละลาย ให้ศาลยกฟ้อง ในคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4619/2553 คดีก่อนศาลยกฟ้องเพราะลูกหนี้มีที่ดินราคาสูงกว่าหนี้ เมื่อที่ดินนั้นถูกขายไปแล้ว เจ้าหนี้ฟ้องใหม่ด้วยหนี้เดิมโดยอาศัยเหตุใหม่ตามมาตรา 8 (5) ได้ ไม่เป็นฟ้องซ้ำ ส่วนในคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 212/2567 ลูกหนี้ที่ไม่ชำระหนี้และจดทะเบียนเลิกบริษัทเอง ไม่มีเหตุที่ไม่ควรให้ล้มละลาย

หลังศาลสั่งพิทักษ์ทรัพย์เด็ดขาด

เมื่อศาลสั่งพิทักษ์ทรัพย์เด็ดขาดแล้ว มาตรา 27 บัญญัติว่าเจ้าหนี้จะขอรับชำระหนี้ได้ก็แต่โดยปฏิบัติตามวิธีการในพระราชบัญญัตินี้ แม้จะเป็นเจ้าหนี้ตามคำพิพากษา หรือเป็นเจ้าหนี้ที่ฟ้องคดีแพ่งไว้แล้วและคดียังอยู่ระหว่างพิจารณา เจ้าหนี้ที่จะขอรับชำระหนี้ จะเป็นเจ้าหนี้ผู้เป็นโจทก์หรือไม่ก็ตาม ต้องยื่นคำขอต่อเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ภายในสองเดือนนับแต่วันโฆษณาคำสั่งพิทักษ์ทรัพย์เด็ดขาดตามมาตรา 91 ตามแบบพิมพ์ และแนบเอกสารที่เกี่ยวกับหนี้มาด้วย ถ้าเจ้าหนี้อยู่นอกราชอาณาจักร เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์จะขยายกำหนดเวลาให้อีกได้ไม่เกินสองเดือน

หนี้ใดขอรับชำระได้

มาตรา 94 ให้เจ้าหนี้ไม่มีประกันขอรับชำระหนี้ได้ ถ้ามูลแห่งหนี้เกิดขึ้นก่อนวันที่ศาลมีคำสั่งพิทักษ์ทรัพย์ แม้หนี้นั้นยังไม่ถึงกำหนดชำระหรือมีเงื่อนไข เว้นแต่หนี้สองประเภท คือ หนี้ที่เกิดขึ้นโดยฝ่าฝืนข้อห้ามตามกฎหมายหรือศีลธรรมอันดี หรือหนี้ที่จะฟ้องร้องให้บังคับคดีไม่ได้ และหนี้ที่เจ้าหนี้ยอมให้ลูกหนี้กระทำขึ้นเมื่อรู้ว่าลูกหนี้มีหนี้สินล้นพ้นตัว แต่ไม่รวมหนี้ที่เจ้าหนี้ยอมให้กระทำขึ้นเพื่อให้กิจการของลูกหนี้ดำเนินต่อไปได้

ฟ้องล้มละลายหรือฟ้องคดีแพ่ง

การฟ้องล้มละลายไม่ได้ทำให้เจ้าหนี้ผู้เป็นโจทก์ได้รับชำระก่อนเจ้าหนี้รายอื่น เมื่อศาลมีคำสั่งแล้ว ทรัพย์สินของลูกหนี้จะถูกรวบรวมและแบ่งตามกระบวนการในกฎหมาย และเจ้าหนี้ทุกรายได้รับชำระผ่านกระบวนการนั้น ส่วนการฟ้องคดีแพ่งแล้วบังคับคดีตามคำพิพากษาเป็นการดำเนินการของเจ้าหนี้รายนั้นเอง ทางใดเหมาะกว่าขึ้นอยู่กับว่าลูกหนี้มีทรัพย์สินอะไรและเป็นหนี้ใครอีกบ้าง ซึ่งควรชั่งน้ำหนักก่อนยื่นฟ้องทางใดทางหนึ่ง

คำพิพากษาศาลฎีกาที่อ้างถึง

  • คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 471/2548

    หนี้เงินกู้ เบิกเงินเกินบัญชี และตั๋วสัญญาใช้เงิน เป็นหนี้ที่อาจกำหนดจำนวนได้โดยแน่นอน ฟ้องล้มละลายได้โดยไม่ต้องมีคำพิพากษาในคดีแพ่งก่อน

  • คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 212/2567

    เงินทดรองค่าส่งเสริมการขายและค่าสินค้าที่สั่งซื้อ รวมไม่น้อยกว่าสองล้านบาท ฟ้องล้มละลายได้โดยไม่ต้องมีคำพิพากษาก่อน หนังสือทวงถามสองครั้งห่างกันสามสิบวันทำให้เกิดข้อสันนิษฐานว่ามีหนี้สินล้นพ้นตัว ซึ่งลูกหนี้นำสืบหักล้างไม่ได้ และการที่ลูกหนี้จดทะเบียนเลิกบริษัทเองไม่ใช่เหตุที่ไม่ควรให้ล้มละลาย

  • คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 540/2567

    หนี้ที่ปรากฏตามบัญชีเดินสะพัดเป็นหนี้ที่อาจกำหนดจำนวนได้โดยแน่นอน แม้ลูกหนี้โต้แย้ง เจ้าหนี้ผู้เป็นโจทก์ไม่จำต้องฟ้องคดีแพ่งให้ได้คำพิพากษาก่อน

  • คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 6117/2552

    หนังสือทวงถามสองครั้งตามมาตรา 8 (9) ต้องเป็นการทวงหนี้ที่นำมาฟ้อง การทวงถามหนี้ตามคำพิพากษาที่อ้างเพียงครั้งเดียวไม่ทำให้เกิดข้อสันนิษฐาน และภาวะหนี้สินล้นพ้นตัวต้องมีอยู่ในขณะยื่นฟ้อง

  • คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4619/2553

    คดีก่อนที่ศาลยกฟ้องเพราะลูกหนี้มีที่ดินราคาสูงกว่าหนี้ ไม่ห้ามเจ้าหนี้ฟ้องใหม่ด้วยหนี้เดิมโดยอาศัยเหตุใหม่ที่เกิดขึ้นภายหลัง

คำถามที่พบบ่อยในเรื่องนี้

  • ต้องมีคำพิพากษาก่อนฟ้องล้มละลายหรือไม่

    ไม่ต้อง มาตรา 9 (3) กำหนดเพียงว่าหนี้นั้นอาจกำหนดจำนวนได้โดยแน่นอน และศาลฎีกาวินิจฉัยว่าเจ้าหนี้ไม่จำต้องฟ้องคดีแพ่งให้ได้คำพิพากษาก่อน (คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 471/2548, 212/2567 และ 540/2567)

  • เจ้าหนี้อยู่ต่างประเทศ มีเวลายื่นคำขอรับชำระหนี้เท่าใด

    สองเดือนนับแต่วันโฆษณาคำสั่งพิทักษ์ทรัพย์เด็ดขาดตามมาตรา 91 และเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์อาจขยายให้อีกไม่เกินสองเดือนสำหรับเจ้าหนี้ที่อยู่นอกราชอาณาจักร การขยายเวลานี้ต้องร้องขอ

  • ส่งหนังสือทวงถามครั้งเดียว เกิดข้อสันนิษฐานว่ามีหนี้สินล้นพ้นตัวหรือไม่

    ไม่เกิด มาตรา 8 (9) กำหนดให้ทวงถามเป็นหนังสือไม่น้อยกว่าสองครั้ง ห่างกันไม่น้อยกว่าสามสิบวัน และต้องเป็นการทวงหนี้ที่นำมาฟ้อง (คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 6117/2552)

กฎหมายที่เกี่ยวข้อง

  • พระราชบัญญัติล้มละลาย พุทธศักราช 2483 มาตรา 8 9 และ 10
  • พระราชบัญญัติล้มละลาย พุทธศักราช 2483 มาตรา 14 และ 27
  • พระราชบัญญัติล้มละลาย พุทธศักราช 2483 มาตรา 91 และ 94

ไม่แน่ใจว่าหลักฐานที่มีอยู่เพียงพอหรือไม่

สอบถามได้ก่อน ไม่มีข้อผูกมัด และทุกเรื่องเป็นความลับ

LINE · ไทย / English
WeChat QR code

WeChat · YACT-Phicha

สแกนเพื่อเพิ่มเพื่อน